หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

sent mail print
  • 2560
  • 2559
  • 2558
  • 2557
  • 2556
  • 2555
  • 2554
  • 2553

เลือกไตรมาส :  

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2560

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงาน

งบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 251.92 ล้านบาท ลดลง 23.90 ล้านบาท หรือ 8.66% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 275.82 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการในกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และกลุ่มสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำ รับรู้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบน้ำประปาชุมชนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และการบันทึกกลับรายการค่าปรับงานล่าช้าจำนวน 16.64 ล้านบาท เป็นรายการหักรายได้งานรับเหมาก่อสร้าง ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทมีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 1.13 ล้านบาท และจากการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่คำนวณจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ทำให้มีรายได้ภาษีเงินได้ 11.05 ล้านบาท ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 12.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48 ล้านบาท หรือ 25.53% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 9.70 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานรวม 9 เดือนปี 2560 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 752.29 ล้านบาท ลดลง 95.87 ล้านบาท หรือ 11.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 848.16 ล้านบาท และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 84.44 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 9 เดือน
3/2560 3/2559 % YoY ปี 2560 ปี 2559 % YoY
รายได้จากการขาย 213.56 207.86 2.74% 649.12 605.58 7.19%
รายได้จากการให้บริการ 18.03 5.06 256.54% 38.47 16.06 139.54%
รายได้จากสัญญาก่อสร้างและสัญญาบริการ 20.33 62.90 -67.67% 64.70 226.52 -71.44%
รายได้อื่น 1.86 1.88 -1.21% 6.51 3.82 70.55%
รวมรายได้ 253.78 277.70 -8.61% 758.80 851.98 -10.94%
ต้นทุนขาย 157.22 152.97 2.78% 476.80 449.36 6.11%
ต้นทุนบริการ 16.05 2.93 448.12% 36.68 11.92 207.82%
ต้นทุนการก่อสร้างและให้บริการ 44.67 56.03 -20.28% 114.10 198.55 -42.53%
รวมต้นทุน 217.94 211.92 2.84% 627.58 659.83 -4.89%
กำไรขั้นต้น 33.99 63.90 -46.81% 124.71 188.33 -33.78%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 13.49% 23.17% -41.77% 16.58% 22.20% -5.63%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 31.70 50.30 -36.97% 222.02 142.47 55.84%
กำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 4.14 15.48 -73.26% (90.80) 49.68 -282.77%
อัตรากำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 1.63% 5.57% -70.74% -11.97% 5.83% -17.80%
กำไร(ขาดทุน)สุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12.18 9.70 25.53% (84.44) 33.25 -353.97%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ (%) 4.80% 3.49% 37.36% -11.13% 3.90% -15.03%
กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.06 0.06 0.42% (0.42) 0.21 -303.18%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 202.50 162.00   202.50 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 9 เดือน
3/2560 % 3/2559 % % YoY 2/2560 % %QoQ 9M2560 % 9M 2559 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 174.99 69.46% 174.48 63.26% 0.29% 185.55 73.59% -5.69% 544.06 72.32% 512.33 60.40% 6.19%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 43.74 17.36% 33.94 12.31% 28.87% 38.94 15.44% 12.33% 119.74 15.92% 93.52 11.03% 28.04%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 33.19 13.17% 67.40 24.44% -50.76% 27.66 10.97% 19.99% 88.49 11.76% 242.31 28.57% -63.48%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 251.92 100% 275.82 100% -8.67% 252.15 100% -0.09% 752.29 100% 848.16 100% -11.30%

ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 251.92 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการขาย 213.56 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการ 18.03 ล้านบาท และรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 20.33 ล้านบาท รายได้จากการขายและการให้บริการรวมลดลง 23.90 ล้านบาท หรือ 8.66% ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 275.82 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 174.99 ล้านบาท ใกล้เคียงกันกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 43.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.31% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยลูกค้าหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ตามตลาดการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 33.19 ล้านบาท ลดลง 34.21ล้านบาท หรือ 50.76% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรับรู้รายได้งานรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการให้บริการด้านระบบบำบัดน้ำสำหรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการรวมจำนวน 217.94 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 157.22 ล้านบาท ต้นทุนบริการจำนวน 16.05 ล้านบาท และต้นทุนการก่อสร้างจำนวน 44.67 ล้านบาท โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ด้านต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงานบริการ ด้านต้นทุนการก่อสร้างมีสัดส่วนสูงกว่ารายได้ เนื่องจากมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการ และการรับรู้ค่าปรับงานก่อสร้างเป็นต้นทุน ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทจึงมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.49% ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 23.17%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3 ปี 2560 มีจำนวน 48.34 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 20.33 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 28.01 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายลดลง ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากการบันทึกตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้กลุ่มผู้รับเหมาเพิ่มขึ้น

กำไรสุทธิ

ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทมีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 1.13 ล้านบาท และมีรายได้ภาษีเงินได้ 11.05 ล้านบาท จากการบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ทำให้ไตรมาส 3 ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 12.18 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4.80%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

  ณ 30 กันยายน 2560 ณ 31 ธันวาคม 2559 % เปลี่ยนแปลง
จำนวน % จำนวน %
สินทรัพย์หมุนเวียน 563.37 49.67% 770.07 80.14% -26.84%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 226.10 19.93% 190.88 19.86% 18.45%
หนี้สินหมุนเวียน 480.75 42.39% 534.12 55.51% -9.99%
หนี้สินไม่หมุนเวียน 41.69 3.68% 75.82 7.88% -45.01%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) 268.33 23.66% 352.31 36.61% -23.84%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 789.47 ล้านบาท ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 171.48 ล้านบาท หรือ 17.85% สินทรัพย์ที่ลดลงหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียน โดยมีลูกหนี้อื่นลดลงจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าปรับจำนวน 131.78 ล้านบาท และมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาสำหรับงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลงจำนวน 118.43 ล้านบาท ด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 226.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นหลักจากเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกันจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น และมีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 17.89 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีหนี้สินรวม 522.44 ล้านบาท ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 87.50 ล้านบาท หรือ 14.35% โดยมีหนี้สินที่ลดลงหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 37.22 ล้านบาท และประมาณการหนี้สินจากค่าปรับงานล่าช้าลดลง เนื่องจากการปรับเป็นต้นทุนการก่อสร้าง

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 268.33 ล้านบาท ลดลงเนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 86.48 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 กันยายน 2560 30 กันยายน 2559
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน 87.56 (111.09)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (32.22) (11.20)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน (62.35) 302.81
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (7.01) 180.52
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 42.32 239.83

บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 87.56 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 15.86 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 76.02 ล้านบาท โดยมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลง 118.43 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 9.14 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 32.22 ล้านบาท จากการนำเงินฝากธนาคารจำนวน 30 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น และมีเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร 3.96 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการจำหน่ายสินทรัพย์ 1.19 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 62.35 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 47.83 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 5.50 ล้านบาท และจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 9.02 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2560

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงาน

งบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 252.15 ล้านบาท ลดลง 51.47 ล้านบาท หรือ 16.95% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 303.61 ล้านบาท โดยมีรายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และกลุ่มสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำ รับรู้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบน้ำประปาชุมชนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และจากปัญหาการก่อสร้างโครงการล่าช้า ในไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทได้ประมาณการหนี้สินที่เกิดจากความล่าช้าของโครงการจำนวน 137.81 ล้านบาท โดยเป็นหนี้สินที่บริษัทสามารถเรียกร้องจากผู้รับจ้างจำนวน 113.05 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทได้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในการเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชำระค่าปรับแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อความระมัดระวัง และไม่ให้มีผลกระทบต่อเนื่อง บริษัทจึงรับรู้ค่าปรับดังกล่าวที่เกิดขึ้นในปี 2560 เป็นต้นทุนการก่อสร้างทั้งจำนวน และพิจารณาตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าปรับเป็นจำนวน 60.50 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 85.63 ล้านบาท ลดลง 99.22 ล้านบาท หรือลดลง 730.19% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 13.59 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 500.37 ล้านบาท ลดลง 71.97 ล้านบาท หรือ 12.57% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 572.34 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 96.61 ล้านบาท ลดลง 120.16 ล้านบาท หรือ 510.28% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 23.55 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 6 เดือน
2/2560 2/2559 % YoY ปี 2560 ปี 2559 % YoY
รายได้จากการขาย 221.47 194.25 14.02% 435.55 397.71 9.51%
รายได้จากการให้บริการ 11.86 3.26 263.71% 20.44 11.00 85.78%
รายได้จากสัญญาก่อสร้างและสัญญาบริการ 18.81 106.11 -82.27% 44.37 163.62 -72.88%
รายได้อื่น 2.78 1.47 88.41% 4.65 1.94 140.11%
รวมรายได้ 254.92 305.09 -16.44% 505.02 574.28 -12.06%
ต้นทุนขาย 162.69 144.63 12.49% 319.58 296.40 7.82%
ต้นทุนบริการ 14.80 0.85 1,636.27% 20.63 8.99 129.52%
ต้นทุนการก่อสร้างและให้บริการ 43.45 94.09 -53.82% 69.43 142.51 -51.28%
รวมต้นทุน 220.95 239.58 -7.78% 409.64 447.90 -8.54%
กำไรขั้นต้น 31.20 64.04 -51.28% 90.73 124.44 -27.09%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 12.37% 21.09%   18.13% 21.74%  
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 120.15 45.95 161.45% 190.32 92.18 106.48%
กำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (86.17) 19.56 -540.59% (94.94) 34.20 -377.60%
อัตรากำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) -33.80% 6.41%   -18.80% 5.96%  
กำไร(ขาดทุน)สุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (85.63) 13.59 -730.19% (96.61) 23.55 -510.28%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ (%) -33.59% 4.45%   -19.13% 4.10%  
กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.42) 0.08 -604.15% (0.48) 0.15 -428.22%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 202.50 162.00   202.50 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 6 เดือน
2/2560 % 2/2559 % % YoY 1/2560 % %QoQ ปี 2560 % ปี 2559 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 185.55 74% 165.88 55% 11.86% 183.52 74% 1.10% 369.07 74% 337.84 59% 9.24%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 38.94 15% 29.51 10% 31.96% 37.06 15% 5.06% 76.00 15% 59.58 10% 27.57%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 27.66 11% 108.22 36% -74.44% 27.64 11% 0.08% 55.30 11% 174.92 31% -68.39%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 252.15 100% 303.61 100% -16.95% 248.22 100% 1.58% 500.37 100% 572.34 100% -12.57%

ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 252.15 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการขาย 221.47 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการ 11.86 ล้านบาท และรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 18.81 ล้านบาท รายได้รวม ลดลง ลดลง 51.47 ล้านบาท หรือ 16.95% ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 303.61 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 185.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 19.67 ล้านบาทหรือ 11.86% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากการขายและให้บริการในกลุ่มสินค้าเทคนิค และสามารถขยายพื้นที่การขาย ทำให้มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน

ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 38.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.43 ล้านบาท หรือ 31.96% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยลูกค้าหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มปรับตัว สามารถเปลี่ยนแปลงการผลิตได้ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 27.66 ล้านบาท ลดลง 80.56 ล้านบาท หรือ 74.44% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรับรู้รายได้งานรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลง

 

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการรวมจำนวน 220.95 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 162.69 ล้านบาท ต้นทุนบริการจำนวน 14.80 ล้านบาท และต้นทุนการก่อสร้างจำนวน 43.45 ล้านบาท โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ด้านต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงานบริการ ด้านต้นทุนการก่อสร้างลดลงตามการรับรู้รายได้งานรับเหมาก่อสร้างประปาชุมชน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการก่อสร้างมีสัดส่วนสูงกว่ารายได้ เนื่องจากมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการ และการรับรู้ค่าปรับงานก่อสร้างเป็นต้นทุน ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทจึงมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 12.37% ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 21.09%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2560 มีจำนวน 120.15 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 23.84 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 92.32 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และการบันทึกตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าปรับเป็นจำนวน 60.50 ล้านบาท

ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 3.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

กำไรสุทธิ

ผลกระทบจากค่าปรับส่งมอบงานล่าช้า และการบันทึกตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าปรับ ดังกล่าวข้างต้น ทำให้ไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 85.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 33.59%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

  ณ 30 มิถุนายน 2560 ณ 31 ธันวาคม 2559 % เปลี่ยนแปลง
จำนวน % จำนวน %
สินทรัพย์หมุนเวียน 615.74 54.29% 770.07 80.14% -20.04%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 222.07 19.58% 190.88 19.86% 16.34%
หนี้สินหมุนเวียน 509.66 44.94% 534.12 55.51% -4.58%
หนี้สินไม่หมุนเวียน 73.41 6.47% 75.82 7.88% -3.18%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) 256.04 22.57% 352.31 36.61% -27.32%

 

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 837.81 ล้านบาท ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 123.14 ล้านบาท หรือ 12.81% สินทรัพย์ที่ลดลงหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียน โดยมีลูกหนี้อื่นลดลงจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ค่าปรับจำนวน 127.83 ล้านบาท และมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาสำหรับงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำลดลงจำนวน 77.28 ล้านบาท ด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 222.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นหลักจากเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกันจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัทมีหนี้สินรวม 583.07 ล้านบาท ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 26.88 ล้านบาท หรือ 4.41% โดยมีหนี้สินที่ลดลงหลักจากประมาณการหนี้สินจากค่าปรับงานล่าช้า เนื่องจากการปรับเป็นต้นทุนการก่อสร้าง

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 256.04 ล้านบาท ลดลงเนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 96.61 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 มิถุนายน 2560 30 มิถุนายน 2559
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน 50.28 (156.92)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (32.74) (5.22)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน (18.49) 138.90
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (0.95) (23.23)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 48.65 36.01

บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 50.28 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 13.15 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 58.89 ล้านบาท โดยมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลง 77.29 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 16.07 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 32.74 ล้านบาท จากการนำเงินฝากธนาคารจำนวน 30 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น และมีเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร 3.69 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 18.49 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 8.82 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 3.8 ล้านบาท และจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 5.87 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2560

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงาน

งบการเงินรวม ไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 248.22 ล้านบาท ลดลง 20.50 ล้านบาท หรือ 7.63% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 268.72 ล้านบาท โดยมีรายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และกลุ่มสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำ รับรู้รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบน้ำประปาชุมชนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน  และจากปัญหาการก่อสร้างโครงการล่าช้าต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2559 ในไตรมาส 1 ปี 2560บริษัทมีการประมาณการหนี้สินที่เกิดจากความล่าช้าของโครงการจำนวน 116.25 ล้านบาท โดยเป็นหนี้สินที่บริษัทสามารถเรียกร้องจากผู้รับจ้างจำนวน  94.27 ล้านบาท  และจากการประเมินความสามารถในการเรียกร้องค่าปรับจากผู้รับจ้าง บริษัทคาดว่าอาจจะไม่ได้รับคืนจากผู้รับจ้าง จึงบันทึกประมาณการหนี้สินจากค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 22.03 ล้านบาท ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 10.99 ล้านบาท ลดลง 20.95 ล้านบาท หรือลดลง 210.29% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 9.96 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 1/2560 ไตรมาส 1/2559 % เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 214.08 203.47 5.22%
รายได้จากการให้บริการ 8.58 7.74 10.83%
รายได้จากสัญญาก่อสร้างและสัญญาบริการ 25.56 57.51 -55.56%
รายได้อื่น 1.88 0.47 303.89%
รวมรายได้ 250.10 269.19 -7.09%
ต้นทุนขาย 156.89 151.77 3.37%
ต้นทุนบริการ 5.83 8.14 -28.33%
ต้นทุนการก่อสร้างและให้บริการ 25.98 48.42 -46.36%
รวมต้นทุน 188.69 208.33 -9.42%
กำไรขั้นต้น 59.53 60.40 -1.44%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 26.74% 28.60%  
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 70.17 46.22 51.82%
กำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ -8.77 14.64 -159.87%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) -3.51% 5.44%  
กำไร(ขาดทุน)สุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ -10.99 9.96 -210.29%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ (%) -4.39% 3.70%  
กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) -0.05 0.06 -188.23%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 202.50 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 1/2560 % ไตรมาส 1/2559 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 183.52 73.93% 171.96 63.99% 6.72%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 37.06 14.93% 30.07 11.19% 23.26%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 27.64 11.13% 66.69 24.82% -58.56%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 248.22 100% 268.72 100% -7.63%

ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 248.22 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการขาย 214.08 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการ 8.58 ล้านบาท และรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 25.56 ล้านบาท รายได้รวม ลดลง 20.50 ล้านบาท หรือ 7.63% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 268.72 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 183.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 11.56 ล้านบาทหรือ 6.72% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากการขายและให้บริการในกลุ่มสินค้าเทคนิค และมีรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น

ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 37.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99 ล้านบาท หรือ 23.26% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาพรวมอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 1 ปี 2559 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทยังมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนสินค้า ในการรักษาฐานลูกค้าเก่า การจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมเติบโตขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 27.64 ล้านบาท ลดลง 39.05 ล้านบาท หรือ 58.56% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรับรู้รายได้งานรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 188.69 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 156.89 ล้านบาท ต้นทุนบริการจำนวน 5.83 ล้านบาท และต้นทุนการก่อสร้างจำนวน 25.98 ล้านบาท โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ด้านต้นทุนการก่อสร้างลดลงตามตามการรับรู้รายได้งานรับเหมาก่อสร้างประปาชุมชนไตรมาส 1 ปี 2560 สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 73.26% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จ ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.74% ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 28.60%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1 ปี 2560 มีจำนวน 70.17 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 23.10 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 25.04 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และการบันทึกประมาณการค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าเพิ่มขึ้นจำนวน 22.03 ล้านบาท เป็นค่าปรับที่บริษัทคาดว่าอาจจะไม่ได้รับชำระคืนจากผู้รับจ้างได้

ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 3.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

กำไรสุทธิ

ผลกระทบจากการประมาณการค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าเพิ่มขึ้นข้างต้น ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 10.99 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 4.39%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 31 มีนาคม 2560 ณ 31 ธันวาคม 2559 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์หมุนเวียน 909.66 80.20% 770.07 80.14% 18.13%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 224.55 19.80% 190.88 19.86% 17.64%
หนี้สินหมุนเวียน 718.64 63.36% 534.12 55.51% 34.54%
หนี้สินไม่หมุนเวียน 75.31 6.64% 75.82 7.88% -0.68%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) 341.57 30.11% 352.31 36.61% -3.05%

 

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1,134.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 173.26 ล้านบาท หรือ 18.03% สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนเกิดจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 88.40 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 18.96 ล้านบาท ลูกหนี้ค่าปรับส่งงานล่าช้าเพิ่มขึ้น 65.07 ล้านบาท โดยมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงสำหรับงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำลดลงจำนวน 147.86 ล้านบาท ด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 224.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นหลักจากเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกันจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีหนี้สินรวม 793.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 184 ล้านบาท หรือ 30.17% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 135.90 ล้านบาท และประมาณการหนี้สินจากค่าปรับงานล่าช้าและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจำนวน 23.60 ล้านบาท ด้านหนี้สินหมุนเวียนมีจำนวนใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 341.57 ล้านบาท กำไรสะสมลดลงเนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 10.99 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 31 มีนาคม 2560 31 มีนาคม 2559
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (7.20) (68.89)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (31.85) (1.71)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 127.19 49.85
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) 88.14 (20.75)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 137.25 38.48

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 7.20 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 21.82 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 93.05 ล้านบาท โดยมีมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนลดลง 46.68 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 23.52 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 31.85 ล้านบาท จากการนำเงินฝากธนาคารจำนวน 30 ล้านบาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อระยะสั้น และมีเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร 1.82 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 127.19 ล้านบาท มาจากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 134.85  ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 3.29 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 1.68 ล้านบาท และจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 2.69 ล้านบาท


เลือกไตรมาส :  

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2559

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงาน

งบการเงินรวม สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,097.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.09 ล้านบาท หรือ 20.01% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 914.90 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้การรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบน้ำประปาชุมชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาด้านบุคลากรในการควบคุมงานก่อสร้างมีจำนวนไม่เพียงพอ และการขาดประสบการณ์ทำให้การบริหารงานโครงการขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 เกิดปัญหาในบางพื้นที่ที่มีปริมาณงานจำนวนมาก และมีช่วงเวลารับงานและส่งมอบงานเป็นระยะเวลาใกล้เคียงกัน แรงงานในพื้นที่มีจำนวนจำกัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนด ในไตรมาส 4 ปี 2559 บริษัทประมาณการหนี้สินที่เกิดจากความล่าช้าของโครงการจำนวน 97.11 ล้านบาท โดยเป็นหนี้สินที่บริษัทสามารถเรียกร้องจากผู้รับจ้างจำนวน 80.39 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาผู้รับจ้างบางส่วนทิ้งงานขณะดำเนินการ เกิดค่าปรับส่งมอบงานล่าช้า ซึ่งบริษัทคาดว่าจะไม่ได้รับคืนจากผู้รับจ้าง จึงบันทึกประมาณการหนี้สินจากค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าจำนวน 56.51 ล้านบาท จากปัญหาดังกล่าว บริษัทได้เร่งดำเนินการแก้ไข ทำให้มีค่าใช้จ่ายและต้นทุนส่วนเพิ่ม ในการเร่งงานก่อสร้าง การหาแรงงานทดแทนเข้าทำงานในโครงการที่มีปัญหา ปี 2559 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 15.25 ล้านบาท ลดลง 49.56 ล้านบาท หรือลดลง 144.43% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 34.31 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ปี 2559 ปี 2558 % YoY
รายได้จากการขาย 816.53 847.39 -3.64%
รายได้จากการให้บริการ 21.11 9.42 124.18%
รายได้จากสัญญาก่อสร้างและสัญญาบริการ 260.35 58.09 348.16%
รายได้อื่น 4.87 3.04 60.27%
รวมรายได้ 1,102.87 917.94 20.15%
ต้นทุนขาย 606.72 624.78 -2.89%
ต้นทุนบริการ 21.88 6.91 216.47%
ต้นทุนการก่อสร้างและให้บริการ 232.74 42.92 442.24%
รวมต้นทุน 861.34 674.62 27.68%
กำไรขั้นต้น 236.65 240.29 -1.51%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 21.55% 26.26% -4.71%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 246.79 196.31 25.71%
กำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (5.26) 47.02 -111.20%
อัตรากำไร(ขาดทุน)ก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) (0.48%) 5.12% -5.60%
กำไร(ขาดทุน)สุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (15.25) 34.31 -144.43%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ (%) (1.38%) 3.74% -5.12%
กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) (0.08) 0.21 -137.93%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก(ล้านหุ้น)* 189.80 162.00  

*ปี 2559 บริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น(RO) จำนวน 40,499,996 หุ้น

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ปี 2559 % ปี 2558 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 687.37 62.60% 715.45 78.20% -3.92%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 130.29 11.87% 104.82 11.46% 24.30%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค (WATER) 280.34 25.53% 94.64 10.34% 196.22%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 1,097.99 100% 914.90 100% 20.01%

ปี 2559 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,097.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.09 ล้านบาท หรือ 20.01% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 914.90 ล้านบาท

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) มีจำนวน 687.37 ล้านบาท ลดลง 28.08 ล้านบาทหรือ 3.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาพรวมอุตสาหกรรมยังขยายตัวในอัตราที่ไม่สูงนัก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก อย่างเช่นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ภาคการผลิตโดยรวมขยายตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน การลดงบประมาณ และลดคนงาน ทำให้ความต้องการใช้สินค้าในกลุ่ม SAFETY ลดลง นอกจากนี้รายได้จากกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการ บริษัทประมูลงานขายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากบริษัทไม่เน้นการประมูลงานสินค้าในรายการที่มีกำไรขั้นต้นต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการขยายพื้นที่การขาย มีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่ม นอกจากนี้ การร่วมมือกับคู่ค้าในการขยายตลาดสินค้าเทคนิคใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาพนักงานขายให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสินค้า ทำให้กลุ่มสินค้า SAFETY มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่และจากสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาด้านการให้บริการหลังการขายสำหรับสินค้าเทคนิค มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นด้วย

ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) มีจำนวน 130.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.47 ล้านบาท หรือ 24.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าภาพรวมของตลาดมีแนวโน้มชะลอตัว ลูกค้าในอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้การขายสินค้ากลุ่ม CE มีการแข่งขันค่อนข้างเข้มข้น แต่อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของลูกค้าในกลุ่มสินค้า CE จะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงสินค้า เนื่องจากอาจเกิดผลกระทบต่อการผลิต บริษัทจึงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนสินค้า ความรวดเร็วในการบริการ การสร้าง Brand ให้ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญและยากต่อการเปลี่ยนแปลง ในการรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมเติบโตขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 280.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.70 ล้านบาท หรือ 196.22% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนรับรู้ตามส่วนงานจำนวน 252.01 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 861.34 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 606.72 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลงผันแปรตามรายได้จากการขายที่ลดลง ด้านต้นทุนบริการมีจำนวน 21.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการให้บริการในกลุ่มสินค้า SAFETY เพิ่มขึ้น และต้นทุนการก่อสร้างโครงการประปาชุมชนมีจำนวน 232.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานก่อสร้าง

สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 78.45% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ เนื่องจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูง และมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเร่งรัดงานก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จ ด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าลดลงจากภาวะการแข่งขัน และอัตรากำไรขั้นต้นจากงานบริการยังไม่สูง เนื่องจากยังมีรายได้จากงานบริการไม่มาก แต่มีต้นทุนค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์งานบริการคงที่ ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 21.55% ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 26.26%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2559 มีจำนวน 246.79 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 92.30 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าตอบแทนพนักงานที่ผันแปรตามรายได้จากการขายที่ลดลง ได้แก่ ค่านายหน้า เงินรางวัลจูงใจ เป็นต้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารในปี 2559 มีจำนวน 97.98 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และการบันทึกประมาณการค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าจำนวน 56.51 ล้านบาท เป็นค่าปรับที่บริษัทคาดว่าไม่สามารถเรียกร้องจากผู้รับจ้างได้

ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 11.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

กำไรสุทธิ

ผลกระทบจากการเกิดค่าปรับส่งมอบงานล่าช้าดังกล่าวข้างต้น ทำให้ปี 2559 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 15.25 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 1.38% ลดลงเมื่อทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 34.31 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.74%

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร

งบการเงินรวม ปี 2559 ปี 2558
อัตรากำไรขั้นต้น 21.55% 26.26%
อัตรากำไร(ขาดทุน)จากการดำเนินงาน 1.34% 6.70%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ (1.38%) 3.74%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (4.53%) 10.61%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

  ณ 31 ธันวาคม 2559 ณ 31 ธันวาคม 2558 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 960.95 100.00% 667.40 100.00% 43.99%
หนี้สิน 619.95 63.48% 346.10 51.86% 76.23%
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 352.31 36.53% 322.59 48.14% 9.21%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 960.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 293.56 ล้านบาท หรือ 43.99% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น หลักมาจากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและวัสดุก่อสร้างสำหรับงานโครงการประปาจำนวนเพิ่มขึ้น 5.36 ล้านบาท ลูกหนี้ค่าปรับส่งงานล่าช้าจำนวน 11.24 ล้านบาท เงินทดรองจ่ายเพิ่มขึ้น 13.82 ล้านบาท และมีรายการมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บสำหรับงานก่อสร้างโครงการประปาเพิ่มขึ้นจำนวน 127.74 ล้านบาท ด้านสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้นหลักมาจากสินค้าที่ซื้อมาเพื่อขาย 11.16 ล้านบาท และมีงานระหว่างทำเพิ่มขึ้น 2.79 ล้านบาท โดยมีค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นจำนวน 2.08 ล้านบาท

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่มาจากการซื้อเครื่องจักรสำหรับขุดเจาะบาดาลในธุรกิจน้ำจำนวน 21.87 ล้านบาท ซื้อสินทรัพย์ประเภทเครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงานจำนวน 8.17 ล้านบาท สินทรัพย์ด้านระบบบำบัดน้ำอยู่ระหว่างติดตั้งจำนวน 6.70 ล้านบาท และซื้อสินทรัพย์อื่นๆรวมจำนวน 2.75 ล้านบาท สินทรัพย์ลดลงโดยการตัดจำหน่ายระหว่างปี 7.79 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคา 18.83 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีหนี้สินรวม 619.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 263.85 ล้านบาท หรือ 76.23% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 174.45 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทออกตั๋วแลกเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 100 ล้านบาท ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท และใช้วงเงินทรัสต์รีซีทเพิ่มขึ้นจำนวน 39.84 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ และการบันทึกประมาณการหนี้สินจากการปรับงานล่าช้าจำนวน 56.41 ล้านบาท ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นสุทธิลดลง 27.26 ล้านบาท

สำหรับหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.13 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 32.32 ล้านบาท และมีภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 2.70 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 352.31 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทได้ออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40,499,996 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 2 บาท บริษัทได้รับชำระค่าหุ้นดังกล่าวแล้วทั้งจำนวน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเหตุประกอบงบการเงิน ปี 2559 ข้อ 22 ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทมีทุนที่ออกชำระแล้ว 202.50 ล้านบาท มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น 40.15 ล้านบาท กำไรสะสมลดลงเนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 15.25 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลจำนวน 35.64 ล้านบาท

ในปี 2559 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 1.74 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเท่ากับ 1.07 เท่า เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สินเพิ่มขึ้น

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงงบการเงิน

ตามรายงานงบการเงินปี 2559 ส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 31 เนื่องจากบริษัทได้พบข้อผิดพลาดจากการที่บริษัทไม่ได้รับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (บจก.พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง) จึงปรับปรุงผลกระทบดังกล่าวโดยเพิ่มผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยในงบการเงินรวมจำนวน 1.54 ล้านบาท จึงทำให้งบแสดงฐานะการเงินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่แสดงข้อมูลเปรียบเทียบ มีการปรับปรุงย้อนหลังจากผลของข้อผิดพลาดดังกล่าว

กระแสเงินสด

หน่วย:ล้านบาท

กระแสเงินสด 31 ธันวาคม 2559 31 ธันวาคม 2558
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (238.14) (23.21)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (14.54) (4.29)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 242.47 55.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (10.21) 27.70
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 48.85 59.14

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 238.14 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 77.30 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 23.87 ล้านบาท มูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้างานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวน 238.08 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจำนวน 26.09 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 14.54 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ประเภทเครื่องใช้สำนักงานและทรัพย์สินอื่นๆรวม 10.92 ล้านบาท และสินทรัพย์ด้านระบบบำบัดน้ำระหว่างติดตั้ง 6.70 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ 1.56 ล้านบาท และรับดอกเบี้ย 0.74 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 242.47 ล้านบาท มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 169.10 ล้านบาท กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากการเพิ่มทุนจำนวน 80.65 ล้านบาท โดยระหว่างงวดมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 12.55 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 3.93 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 5.16 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 35.64 ล้านบาท

แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2560

การคาดการณ์ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังเป็นการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงสนับสนุนจากนโยบายการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐต่อเนื่องจากปีก่อน ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ จึงคาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวจากความต้องการในประเทศ สำหรับการผลิตเพื่อส่งออกที่ต้องพึงพิงภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลก ที่ถึงแม้ว่าจะยังมีปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนในด้านต่างๆ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวขึ้นได้ดีกว่าปีก่อน เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ความต้องการสินค้าในธุรกิจของบริษัท อย่างสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมจึงคาดว่าจะมีแนวโน้มเติมโตขึ้น โดยบริษัทมุ่งเน้นการให้บริการอย่างครบวงจร การพัฒนาด้านบุคลากรให้มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญ การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดโดยการพัฒนาสินค้า การเพิ่มสินค้าใหม่ ให้สามารถตอบสนองความต้องการทั้งในกลุ่มลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ที่บริษัทยังมีส่วนแบ่งการตลาดน้อย รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทด้วย

สำหรับธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการสร้างความเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากภาครัฐที่ยังมีนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำต่อเนื่อง และจากภาคอุตสาหกรรมที่ระบบบำบัดน้ำยังเป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการการดำเนินธุรกิจ และบริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและความมุ่งมั่นของบริษัท จะสามารถพัฒนาบุคลากรและทีมงานให้มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ การพัฒนาด้านการบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการภายใน จะทำให้ธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำของบริษัทเติบโตและสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ในอนาคต

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2559

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 275.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.71 ล้านบาท หรือ 21.45% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 227.11 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้การรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบน้ำประปาชุมชน ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 9.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.09 ล้านบาท หรือ 271.85% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.61 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก จึงทำให้ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ 23.17% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 24.97%

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 848.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203.96 ล้านบาท หรือ 31.66% เมื่อเทียบปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 644.20 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 33.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.15 ล้านบาท หรือ 83.72% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 18.10 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย: ล้านบาท

  ไตรมาส 9 เดือน
3/2559 3/2558 % YoY 2/2559 % QoQ ปี 2559 ปี 2558 % YoY
รายได้จากการขาย 207.86 222.99 -6.78% 194.25 7.01% 605.58 637.13 -4.95%
รายได้จากการให้บริการ 67.96 4.12 1551.03% 109.37 -37.86% 242.58 7.07 3331.21%
รายได้อื่น 1.88 0.48 292.89% 1.47 27.55% 3.82 2.37 61.09%
รวมรายได้ 277.70 227.59 22.02% 305.09 -8.98% 851.98 646.57 31.77%
ต้นทุนขาย 152.97 166.74 -8.26% 144.63 5.76% 449.36 467.41 -3.86%
ต้นทุนบริการ 58.96 3.66 11.71% 94.94 -37.90% 210.46 5.88 3477.21%
รวมต้นทุน 211.92 170.39 24.37% 239.58 -11.54% 659.83 473.29 39.41%
กำไรขั้นต้น 63.90 56.71 12.67% 64.04 -.022% 188.33 170.91 10.19%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 23.17% 24.97% -1.81% 21.09% 2.07% 22.20% 26.53% -4.33%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 50.30 52.19 -3.62% 45.95 9.45% 142.47 145.52 -2.10%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 15.48 5.01 209.21% 19.56 -20.85% 49.68 27.76 78.96%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 5.57% 2.20% 3.37% 6.41% -0.84% 5.83% 4.29% 1.54%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 9.70 2.61 271.85% 13.59 -28.62% 33.25 18.10 83.72%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 3.49% 1.15% 2.35% 4.45% -21.58% 3.90% 2.80% 1.10%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.06 0.02 271.85% 0.08 -28.62% 0.11 0.11 83.72%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00 0.00% 162.00 0.00% 162.00 162.00 0.00%

รายได้

หน่วย: ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 9 เดือน
3/2559 % 3/2558 % % YoY 2/2559 % %QoQ ปี 2559 % ปี 2558 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 174.48 63% 184.79 81% -5.58% 165.88 55% 5.18% 512.33 60% 527.77 82% -293%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 33.94 12% 30.18 13% 12.45% 29.51 10% 15.02% 93.52 11% 83.11 13% 12.52%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค (WATER) 67.40 24% 12.14 5% 455.19% 108.22 36% -37.72% 242.31 29% 33.32 5% 627.19%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 275.82 100% 227.11 100% 21.45% 303.61 100% -9.15% 848.16 100% 644.20 100% 31.66%

ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 275.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.71 ล้านบาท หรือ 21.45% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 227.11 ล้านบาท

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 174.48 ล้านบาท ลดลง 10.31 ล้านบาทหรือ 5.58% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ภาพรวมอุตสาหกรรมยังขยายตัวในอัตราที่ไม่สูงนัก อย่างเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ภาคการผลิตโดยรวมขยายตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน การลดงบประมาณ และลดคนงาน ทำให้ความต้องการใช้สินค้าในกลุ่ม SAFETY ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการขยายพื้นที่การขาย เพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ ทำให้กลุ่มสินค้า SAFETY มีรายได้จากกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 33.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.76 ล้านบาท หรือ 12.45% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัทมุ่งเน้นการรักษาลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ และการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้า CE ยังสามารถเติบโตได้

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 67.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.26 ล้านบาท หรือ 455.19% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนรับรู้ตามส่วนงานจำนวน 62.11 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 211.92 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 152.97 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 58.96 ล้านบาท ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 76.83% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ เนื่องจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าลดลงจากภาวะการแข่งขัน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.17%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ไตรมาส 3 ปี 2559 มีจำนวน 50.30 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 24.75 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 25.54 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทีบยกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีจำนวนลดลง เนื่องจากในไตรมาส 3 ปีก่อน บริษัทบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ด้านระบบน้ำจำนวน 2.58 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.03 ล้านบาท

ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 3.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 220.43% เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำ

กำไรสุทธิ

ไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 9.70 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.49% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.09 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 271.85% เมื่อทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 2.62 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.35%

ฐานะการเงิน

หน่วย: ล้านบาท

  ณ 30 กันยายน 2559 ณ 31 ธันวาคม 2558
(ปรับปรุงใหม่)
% เปลี่ยนแปลง
จำนวน % จำนวน %
สินทรัพย์ 1,107.56 100.00% 667.40 100.00% 65.95%
หนี้สิน 707.82 63.91% 346.10 51.86% 104.51%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) 400.97 36.20% 322.59 48.34% 24.30%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 1,107.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 440.16 ล้านบาท หรือ 65.95% สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียน เกิดจากมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บเพิ่มขึ้นจำนวน 142.67 ล้านบาท เงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น 69.47 ล้านบาท จากงานโครงการก่อสร้างระบบประปาชุมชน ด้านเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นเกิดจากเงินรับจองค่าซื้อหุ้นเพิ่มทุน

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทมีหนี้สินรวม 707.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 361.72 ล้านบาท หรือ 104.51% โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 226.68 ล้านบาท โดยออกตั๋วแลกเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 100 ล้านบาท และใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นจากทรัสต์รีซีท ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเงินเบิกเกินบัญชีเพิ่มขึ้น รวมจำนวน 127.12 ล้านบาท ด้านเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นหลักจากเจ้าหนี้ค่าหุ้นรับชำระเกินจำนวน 110.18 ล้านบาท สำหรับหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท และมีภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 2 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 400.97 ล้านบาท โดยในไตรมาส 3 ปี 2559 บริษัทได้ออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40,499,996 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 2 บาท บริษัทได้รับชำระค่าหุ้นดังกล่าวแล้วทั้งจำนวน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเหตุประกอบงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2559 ข้อ 22) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทมีทุนที่ออกชำระแล้ว 202.50 ล้านบาท มีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น 40.15 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 33.25 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 35.64 ล้านบาท

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงงบการเงิน

ตามรายงานงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2559 ส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 28 เนื่องจากบริษัทได้พบข้อผิดพลาดจากการที่บริษัทไม่ได้รับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (บจก.พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง) จึงปรับปรุงผลกระทบดังกล่าวโดยเพิ่มผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยในงบการเงินรวมจำนวน 1.54 ล้านบาท จึงทำให้งบแสดงฐานะการเงินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่แสดงข้อมูลเปรียบเทียบ มีการปรับปรุงย้อนหลังจากผลของข้อผิดพลาดดังกล่าว

กระแสเงินสด

หน่วย: ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 กันยายน 2559 30 กันยายน 2558
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (111.09) (4.38)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (11.20) (20.79)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 302.81 27.66
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) 180.52 2.50
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 239.83 33.97

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 111.09 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 66.33 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 29.93 ล้านบาท มูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้างานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวน 212.15 ล้านบาท เจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นหลักจากเจ้าหนี้ค่าหุ้นรับชำระเกินจำนวน 110.18 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 11.20 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับงานบริการด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 6.76 ล้านบาท ซื้อสินทรัพย์สำหรับงานบริการในกลุ่มสินค้า SAFETY จำนวน 1.5 ล้านบาท ซื้อเครื่องใช้สำนักงานและทรัพย์สินอื่นๆรวม 4.73 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ 1.11 ล้านบาท และรับดอกเบี้ย 0.61 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 302.81 ล้านบาท มาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 223.08 ล้านบาท จากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากการเพิ่มทุนจำนวน 80.65 ล้านบาท โดยระหว่างงวดมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 9.26 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 2.36 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 3.66 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 35.64 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2559

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 303.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.59 ล้านบาท หรือ 42.53% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 213.02 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้การรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชน ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.06 ล้านบาท หรือ 200.14% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.53 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก จึงทำให้ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ 21.09% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 27.80%

ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 572.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.24 ล้านบาท หรือ 37.22% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 417.09 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 23.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.06 ล้านบาท หรือ 52.04% เมื่อเทียบกับ6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 15.49 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 6 เดือน
2/2559 2/2558 % YoY 1/2559 % QoQ ปี 2559 ปี 2558 % YoY
รายได้จากการขาย 194.25 211.39 -8.11% 203.47 -4.53% 397.71 414.14 -3.97%
รายได้จากการให้บริการ 109.37 1.63 6602.37% 65.26 67.60% 174.63 2.95 5811.85%
รายได้อื่น 1.47 1.06 39.38% 0.47 216.79% 1.94 1.91 1.42%
รวมรายได้ 305.09 214.08 42.51% 269.19 13.34% 574.28 419.01 37.06%
ต้นทุนขาย 144.63 152.65 -5.25% 151.77 -4.70% 296.40 300.67 -1.42%
ต้นทุนบริการ 94.94 1.15 8191.17% 56.56 67.87% 151.50 2.23 6708.45%
รวมต้นทุน 239.58 153.80 55.77% 208.33 15.00% 447.90 302.90 47.87%
กำไนขั้นต้น 64.04 59.23 8.13% 60.40 6.03% 124.44 114.20 8.96%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 21.09% 27.80% -6.71% 22.48% -1.38% 21.74% 27.38% -5.64%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 45.95 52.20 -11.97% 46.22 -0.58% 92.18 93.36 -1.27%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 19.56 8.08 141.98% 14.64 33.58% 34.20 22.75 50.30%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 6.41% 3.78% 2.64% 5.44% 0.97% 5.96% 5.43% 0.52%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 13.59 4.53 200.14% 9.96 36.42% 23.55 15.49 52.04%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 4.45% 2.11% 2.34% 3.70% 20.37% 4.10% 3.70% 0.40%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.08 0.03 200.14% 0.06 36.42% 0.15 0.10 52.04%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00   162.00   162.00 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 6 เดือน
2/2559 % 2/2558* % % YoY 1/2559 % %QoQ ปี 2559 % ปี 2558 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 165.88 55% 172.74 81% -3.97% 171.96 64% -3.53% 337.84 59% 342.98 82% -1.50%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 29.51 10% 25.63 12% 15.13% 30.07 11% -1.87% 59.58 10% 52.93 13% 12.56%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 108.22 36% 14.65 7% 638.55% 66.69 25% 62.27% 174.91 31% 21.19 5% 725.51%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 303.61 100% 213.02 100% 42.53% 268.72 100% 12.98% 572.33 100% 417.10 100% 37.22%

ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 303.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.59 ล้านบาท หรือ 42.53% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 213.02 ล้านบาท

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 165.88 ล้านบาท ลดลง 6.86 ล้านบาทหรือ 3.97% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมไตรมาส 2 ปี 2559 ยังเป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กำลังซื้อของลูกค้ายังไม่เป็นไปตามคาดการณ์ เนื่องจากลูกค้าจำกัดงบประมาณและชะลอโครงการการสั่งซื้อออกไป

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 29.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.88 ล้านบาท หรือ 15.13% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัทมุ่งเน้นการรักษาลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ และการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้า CE มีจำนวนเพิ่มขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 108.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.57 ล้านบาท หรือ 638.55% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนรับรู้ตามส่วนงานจำนวน 103.94 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบประมาณ 260 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 239.58 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 144.63 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 94.94 ล้านบาท ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 78.91% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ เนื่องจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าลดลงจากภาวะการแข่งขัน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 21.09%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ไตรมาส 2 ปี 2559 มีจำนวน 45.95 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 22.24 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 23.72 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเนื่องจากในไตรมาส 2 ปีก่อน บริษัทบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ด้านระบบน้ำจำนวน 2.58 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.38 ล้านบาท

ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 2.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 142.19% เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำ

กำไรสุทธิ

ไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 13.59 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4.45% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.06 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 200.14% เมื่อทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มรกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 4.53 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.11%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

  ณ 30 มิถุนายน 2559 ณ 31 ธันวาคม 2558
(ปรับปรุงใหม่)
% เปลี่ยนแปลง
จำนวน % จำนวน %
สินทรัพย์ 832.99 100.00% 667.40 100.00% 24.81%
หนี้สิน 507.46 60.92% 346.10 51.86% 46.62%
ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) 326.76 39.23% 322.59 48.34% 1.29%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 832.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 165.59 ล้านบาท หรือ 24.81% สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนเกิดจากมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บเพิ่มขึ้นจำนวน 139.66 ล้าน ด้านสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 53 ล้านบาท เกิดจากวัสดุก่อสร้างสำหรับงานโครงการประปาชุมชน

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทมีหนี้สินรวม 507.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 161.36 ล้านบาท หรือ 46.62% โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 113.40 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2 ปี 2559 บริษัทออกตั๋วแลกเงินเพิ่มเติมอีกจำนวน 50 ล้านบาท และออกตั๋วแลกเงินจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อต่ออายุตั๋วแลกเงินฉบับเดิมที่ครบกำหนด และใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นจากทรัสต์รีซีท ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเงินเบิกเกินบัญชีเพิ่มขึ้นจำนวน 69.76 ล้านบาท ด้านหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 326.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 23.55 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 19.44 ล้านบาท

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงงบการเงิน

ตามรายงานงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2559 ส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 27 เนื่องจากบริษัทได้พบข้อผิดพลาดจากการที่บริษัทไม่ได้รับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (บจก.พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง) จึงปรับปรุงผลกระทบดังกล่าวโดยเพิ่มผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยในงบการเงินรวมจำนวน 1.54 ล้านบาท จึงทำให้งบแสดงฐานะการเงินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่แสดงข้อมูลเปรียบเทียบ มีการปรับปรุงย้อนหลังจากผลของข้อผิดพลาดดังกล่าว

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 มิถุนายน 2559 30 มิถุนายน 2558
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (156.92) (17.85)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (5.22) (5.01)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 138.90 26.26
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (23.23) 3.36
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 36.01 34.95

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 156.92 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 48.24 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวน 142.33 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 53.94 ล้านบาท จากการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์รองรับงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชน โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 12.06 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 5.22 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์สำหรับงานบริการในกลุ่มสินค้า SAFETY จำนวน 1.5 ล้านบาท ซื้อเครื่องใช้สำนักงานและทรัพย์สินอื่นๆรวม 3.33 ล้านบาท และให้เงินกู้ยืมแก่พนักงานเพิ่มขึ้น 0.88 ล้านบาทโดยมีกระแสเงินสดได้มาจากการลงทุนมาจากการเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ 0.93 ล้านบาท และรับดอกเบี้ย 0.25 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 138.90 ล้านบาท มาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 119.76 ล้านบาท โดยระหว่างงวดมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 5.98 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 1.79 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 3.65 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 19.44 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2559

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 268.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.65 ล้านบาท หรือ 31.68% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 204.07 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชน

อย่างไรก็ตาม การให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าลดลงอันเนื่องมาจากภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยลดลง นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 9.96 ล้านบาท ลดลง 1 ล้านบาท หรือ 9.13% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 10.96 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 1/2559 ไตรมาส 1/2558 % เปลี่ยนแปลง ไตรมาส 4/2558 % เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 203.47 202.75 0.35% 210.26 -3.23%
รายได้จากการให้บริการ 65.26 1.32 4836.11% 60.44 7.97%
รายได้อื่น 0.47 3.23 -85.60% -1.73 -126.94%
รวมรายได้ 269.19 207.30 29.85% 268.97 0.08%
ต้นทุนขาย 151.77 148.02 2.53% 157.37 -3.56%
ต้นทุนบริการ 56.56 1.08 5136.46% 43.95 28.68%
รวมต้นทุน 208.33 149.10 39.72% 201.33 3.48%
กำไรขั้นต้น 60.40 54.98 9.86% 69.37 -12.94%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 22.48% 26.94% -4.46% 25.63 -3.15%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 46.22 43.53 6.17% 48.39 -4.48%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 14.64 14.67 -0.20% 19.26 -23.96%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 5.44% 7.08% -1.64% 7.16 -1.72%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 9.96 10.96 -9.13% 16.22 -38.58%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 3.70% 5.29% -1.59% 6.03 -38.63%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.06 0.07 -9.13% 0.10 -38.58%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00   162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 1/2559 % ไตรมาส 1/2558* % %YoY 4/2558 % % QoQ
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 171.96 64% 170.24 83% 1.01% 181.11 67% -5.05%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 30.07 11% 27.30 13% 10.15% 28.01% 10% 7.34%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 66.69 25% 6.53 3% 921.29% 61.58 23% 8.30%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 268.72 100% 204.07 100% 31.68% 270.70 100% -0.73%

หมายเหตุ:*บริษัทปรับปรุงการจัดประเภทสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จึงทำให้โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง

ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 268.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.65 ล้านบาท หรือ 31.68% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 204.07 ล้านบาท

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ SAFETY มีจำนวน 171.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 1.72 ล้านบาทหรือ 1.01% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 1 ปี 2559 ตลาดอุตสาหกรรมโดยรวมในกลุ่มสินค้า SAFETY ยังไม่ขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักอย่างกลุ่มยานยนต์ ที่กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น ถึงแม้ว่าการผลิตเพื่อการส่งออกจะเพิ่มขึ้น ด้านลูกค้าในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้รับผลกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมัน จึงมีการลดงบประมาณ และลดคนงานลง กำลังซื้อในกลุ่มสินค้า SAFETY จึงลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีลูกค้ากระจายอยู่ในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มลูกค้าเดิมด้วยการเพิ่มสินค้าใหม่ให้ครอบคลุม และการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่โดยการขยายพื้นที่การขาย ทำให้รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้า SAFETY ยังสามารถเติบโตได้

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม หรือ CE มีจำนวน 30.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.77 ล้านบาท หรือ 10.15% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัทมุ่งเน้นการรักษาลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ และการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้า CE มีจำนวนเพิ่มขึ้น

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หรือ WATER มีจำนวน 66.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.16 ล้านบาท หรือ 921.29% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย รายได้จากการขายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 4.88 ล้านบาท รายได้จากการจำหน่ายน้ำจากระบบบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่จำนวน 5.52 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนรับรู้ตามส่วนงานจำนวน 56.29 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบรวมจำนวน 365 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 208.33 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 151.77 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 56.56 ล้านบาท ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 77.52% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ เนื่องจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าลดลงจากภาวะการแข่งขัน ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.48%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ไตรมาส 1 ปี 2559 มีจำนวน 46.22 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 23.08 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 23.14 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นแปรผันตามรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น

ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 1.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.96 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 121.28% เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น โดยการออกตั๋วแลกเงินจำนวน 100 ล้านบาท และตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 20 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำ

กำไรสุทธิ

ไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 9.96 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.70%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 31 มีนาคม 2559 ณ 31 ธันวาคม 2558 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 702.81 100.00% 667.40 100.00% 5.31%
หนี้สิน 371.46 52.85% 346.10 51.86% 7.33%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 331.35 47.15% 322.59* 48.34% 2.72%

หมายเหตุ:*ปรับปรุงใหม่ รับรู้ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยย้อนหลัง

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 702.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 35.41 ล้านบาท หรือ 5.31% สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนเกิดจากมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงสำหรับงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นจำนวน 40.70 ล้าน ด้านสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 16.43 ล้านบาท เนื่องจากงานระหว่างก่อสร้างสำหรับโครงการประปาชุมชนเพิ่มขึ้น ด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน 158.07 ล้านบาท ใกล้เคียงกันกับปีก่อน

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทมีหนี้สินรวม 371.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 25.36 ล้านบาท หรือ 7.33% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยมีรายละเอียดการทำสัญญากู้เงินตามรายงานงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2559 ส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 20 และมีหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 2.84 ล้านบาทจากการซื้อเครื่องใช้สำนักงาน โดยมีการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินระหว่างงวด 1.14 ล้านบาท

ด้านหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 5.44 ล้านบาทภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้น 3.05 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าลดลง 11.43 ล้านบาท และเจ้าหนี้อื่นลดลง 21.35 ล้านบาท ตามกำหนดการชำระหนี้

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 332.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 9.96 ล้านบาท

ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงงบการเงิน

ตามรายงานงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2559 ส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 26 เนื่องจากบริษัทได้พบข้อผิดพลาดจากการที่บริษัทไม่ได้รับรู้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (บจก.พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง) จึงปรับปรุงผลกระทบดังกล่าวโดยเพิ่มผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยในงบการเงินรวมจำนวน 1.54 ล้านบาท จึงทำให้งบแสดงฐานะการเงินรวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่แสดงข้อมูลเปรียบเทียบ มีการปรับปรุงย้อนหลังจากผลของข้อผิดพลาดดังกล่าว

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 31 มีนาคม 2559 31 มีนาคม 2558
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (68.89) (36.29)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (1.71) (0.81)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 49.85 29.82
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (20.75) (7.27)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 38.48 24.33

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 68.89 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 20.56 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจากมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการประปาชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวน 40.70 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.40 ล้านบาท จากงานระหว่างก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 33.20 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 1.71 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์สำหรับงานบริการในกลุ่มสินค้า SAFETY จำนวน 1.5 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สินอื่นๆรวม 0.69 ล้านบาท และให้เงินกู้ยืมแก่พนักงานเพิ่มขึ้น 0.60 ล้านบาทโดยมีกระแสเงินสดได้มาจากการลงทุนมาจากการเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ 0.93 ล้านบาท และรับดอกเบี้ย 0.15 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 49.85 ล้านบาท มาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านบาท และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 5.44 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 2.96 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน 1.22 ล้านบาท และจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 1.68 ล้านบาท


เลือกไตรมาส :  

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2558

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ปี 2558 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 914.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.89 ล้านบาท หรือ 13.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 803.01 ล้านบาท โดยรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและรายได้จากการให้บริการด้านระบบบำบัดน้ำที่เพิ่มขึ้นจากการรับงานโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25.03 ล้านบาท หรือ 14.62% เมื่อเทียบกับปีก่อน จึงทำให้ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 34.31 ล้านบาท ลดลง 4.54 ล้านบาท หรือ 11.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 38.86 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ปี 2558 ปี 2557 % YoY
รายได้จากการขาย 847.39 797.71 6.23%
รายได้จากการให้บริการ 67.51 5.30 1174.28%
รายได้อื่น 3.04 4.48 -32.15%
รวมรายได้ 917.94 807.49 13.68%
ต้นทุนขาย 624.78 580.99 7.54%
ต้นทุนบริการ 49.84 4.18 1093.15%
รวมต้นทุน 674.62 585.17 15.29%
กำไรขั้นต้น 240.29 217.85 10.30%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 26.26% 27.13% -0.86%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ 196.31 171.28 14.62%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 47.02 51.05 -7.90%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 5.12% 6.32% -1.20%
กำไรสุทธิ(ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 34.31 38.86 -11.69%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 3.74% 4.81% -1.07%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.21 0.24 -11.69%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก(ล้านหุ้น) 162.00 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส ปี
4/2558 % 4/2557* % %
YoY
3/2558 % %
QoQ
ปี 2558 % ปี 2557* % %
YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 181.11 67% 170.83 84% 6.01% 184.31 81% -1.74% 715.45 78% 675.77 84% 5.87%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 28.01 10% 25.10 12% 11.59% 30.18 13% -7.18% 104.82 11% 98.11 12% 6.83%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค (WATER) 61.58 23% 6.49 3% 849.54% 12.62 6% 388.00% 94.64 10% 29.13 4% 224.93%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 270.70 100% 202.42 100% 33.73% 227.11 100% 19.20% 914.90 100% 803.01 100% 13.93%

หมายเหตุ:*บริษัทปรับปรุงการจัดประเภทสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จึงทำให้โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง

ปี 2558 บริษัท มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 914.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.89 ล้านบาท หรือ 13.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 803.01 ล้านบาท

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) มีจำนวน 715.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.68 ล้านบาทหรือ 5.87% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการขายสินค้าให้กับลูกค้าในกลุ่มหน่วยงานราชการมีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มสินค้าและบริการใหม่เพื่อขายให้ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอล และการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่โดยการขยายพื้นที่การขายทำให้มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตในตลาดอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ยังอยู่ในภาวะอ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จึงทำให้รายได้จากการขายให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักอื่นๆมีจำนวนใกล้เคียงกับปีก่อน และมีจำนวนลดลงในบางกลุ่มอุตสาหกรรม

ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) มีจำนวน 104.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.70 ล้านบาท หรือ6.83% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตของโรงงานขนาดใหญ่ การหดตัวของภาคการผลิตในอุตสาหกรรม แต่บริษัทมุ่งเน้นการรักษาลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ ทำให้รายได้จากกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมยังสามารถเติมโตได้

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค (WATER) มีจำนวน 94.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.51 ล้านบาท หรือ 224.93% ประกอบด้วย รายได้จากการขายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 31.69 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 62.95 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการจำหน่ายน้ำจากระบบบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่จำนวน 5.59 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการด้านระบบบำบัดน้ำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมจำนวน 57.36 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ปี 2558 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 674.62 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 624.78 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 49.84 ล้านบาท ต้นทุนขายและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 73.74% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.26%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ปี 2558 มีจำนวน 196.31 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 101.59ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 94.04 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นแปรผันตามรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนบุคลากร สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 94.04 ล้านบาท รวมค่าตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าโครงการด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 5.93 ล้านบาท

ปี 2558 บริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 4.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.60 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 60.41% เนื่องจากบริษัทใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น โดยการออกตั๋วแลกเงินจำนวน 100 ล้านบาท และตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 40 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจด้านระบบบำบัดน้ำ

กำไรสุทธิ

ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 34.31 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.74%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 31 ธันวาคม 2558 ณ 31 ธันวาคม 2557 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 667.40 100.00% 550.37 100.00% 21.26%
หนี้สิน 346.10 51.86% 229.69 41.73% 50.68%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 321.30 48.14% 320.68 58.27% 0.19%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 667.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 117.03ล้านบาท หรือ 21.26% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 27.52 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 22.99 ล้านบาท มีรายการมูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงสำหรับงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำรวมจำนวน 39.04 ล้านบาท ด้านสินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 11.63 ล้านบาท

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่มาจากการลงทุนในสินทรัพย์ด้านศูนย์บริการและสินค้าสาธิตสำหรับกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(SAFETY) จำนวน 16.02 ล้านบาท การปรับปรุงอาคารสำนักงานจำนวน 2.49 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สินประเภทยานพาหนะเพิ่มจำนวน 5.76 ล้านบาท และตัดจำหน่ายยานพาหนะจำนวน 4.35 ล้านบาท โดยมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์สำหรับงวดจำนวน 14.48 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีหนี้สินรวม 346.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 116.41 ล้านบาท หรือ 50.68% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 98.18 ล้านบาท จากการออกตั๋วแลกเงิน ด้านเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 20.16 ล้านบาทเนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าในไตรมาส 4 ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงิน หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 4.16 ล้านบาทจากการซื้อยานพาหนะใหม่สำหรับงานจัดส่งสินค้า และมีภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 2.53 ล้านบาท ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 6 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 321.30 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมลดลงเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นจำนวน 32.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 34.31 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด ณ 31 ธันวาคม 2558 ณ 31 ธันวาคม 2557
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (23.21) 32.37
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (4.29) (2.59)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 55.20 (33.14)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) 2.39 (44.25)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 59.14 31.62

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 4.61 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 71.21 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 31.91 ล้านบาท มูลค่างานสำเร็จที่ยังไม่เรียกเก็บและเงินจ่ายล่วงหน้าให้ผู้รับเหมาช่วงงานก่อสร้างโครงการระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นจำนวน 39.04 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 15.20 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 6.68 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 4.29 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์จำนวน 6.20 ล้านบาท จ่ายค่าสิทธิการเช่าอาคาร 0.45 ล้านบาท โดยได้รับเงินจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์จำนวน 1.69 ล้านบาทและรับดอกเบี้ยจำนวน 0.41 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 55.20 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 98.18 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 6 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 4.22 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 32.40 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2558

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ในไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 227.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68 ล้านบาท หรือ 4.93% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 216.43 ล้านบาท โดยรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและมีรายได้จากการให้บริการด้านระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นมีจำนวนลดลง เนื่องจากต้นทุนสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นและได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการขายสินค้าในกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าของโครงการด้านระบบบำบัดน้ำ จึงทำให้ในไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 2.61 ล้านบาท ลดลง 10.14 ล้านบาท หรือ 75.94% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 12.75 ล้านบาท

สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 644.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.61 ล้านบาท หรือ 7.26% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 600.59 ล้านบาท บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 18.10 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 12.76 ล้านบาท หรือ 41.35% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 30.85 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 9 เดือน
3/2558 3/2557 % YoY 2/2558 % QoQ ปี 2558 ปี 2557 % YoY
รายได้จากการขาย 222.99 215.16 3.64% 211.39 5.49% 637.13 596.77 6.67%
รายได้จากการให้บริการ 4.12 1.27 224.01% 1.63 152.24% 7.07 3.82 85.26%
รายได้อื่น 0.48 1.41 -66.12% 1.06 -54.75% 2.37 3.94 -39.84%
รวมรายได้ 227.59 214.84 4.47% 214.08 6.31% 646.57 604.53 6.95%
ต้นทุนขาย 166.74 157.95 5.56% 152.65 9.23% 467.41 435.02 7.45%
ต้นทุนบริการ 3.66 0.93 291.47% 1.15 219.46% 5.88 2.86 105.67%
รวมต้นทุน 170.39 158.89 7.24% 153.80 10.79% 473.29 437.88 8.09%
กำไนขั้นต้น 56.71 57.54 -1.44% 59.23 -4.24% 170.91 162.71 5.04%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 24.97% 26.59% -1.62% 27.80% -2.83% 26.53% 27.09% -0.56%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 52.19 42.32 23.30% 52.20 -0.03% 145.52 126.53 15.01%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 5.01 16.63 -69.89% 8.08 -38.06% 27.76 40.12 -30.80%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 2.20% 7.63% -5.43% 3.78% -1.58% 4.29% 6.64% -2.34%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 2.61 12.75 -79.54% 4.53 -42.38% 18.10 30.85 -41.35%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 1.15% 5.85% -4.71% 2.11% -45.80% 2.80% 5.10% -2.30%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.02 0.08 -79.54% 0.03 -42.38% 0.11 0.19 -41.35%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00   162.00   162.00 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 9 เดือน
3/2558 % 3/2557* % % YoY 2/2558 % %QoQ ปี 2558 % ปี 2557 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 184.31 81% 177.45 82% 3.81% 173.26 81% 6.37% 534.34 83% 504.94 84% 5.82%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 30.18 13% 28.79 13% 4.85% 25.63 12% 17.77% 76.81 12% 73.01 12% 5.20%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 12.62 6% 10.10 5% 24.89% 14.13 7% -10.71% 33.06 5% 22.64 4% 46.01%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 227.11 100% 216.43 100% 4.93% 213.02 100% 6.61% 644.20 100% 600.59 100% 7.26%

หมายเหตุ:*บริษัทปรับปรุงการจัดประเภทสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จึงทำให้โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง

ไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัท มีรายได้จากการขายจำนวน 222.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.83 ล้านบาท หรือ 3.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายจำนวน 215.16 ล้านบาท

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานมีจำนวน 184.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.77 ล้านบาท หรือ 3.81% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการขายสินค้าให้กับลูกค้าในกลุ่มหน่วยงานราชการมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วภาคการผลิตส่วนใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรม ยังอยู่ในภาวะอ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จึงทำให้รายได้จากการขายให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักอื่นๆมีจำนวนใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนลดลงในบางกลุ่มอุตสาหกรรม

ด้านรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมมีจำนวน 30.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 1.40 ล้านบาท หรือ 4.85%

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคมีจำนวน 12.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52 ล้านบาท หรือ 24.89% ประกอบด้วย รายได้จากการขายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 8.72 ล้านบาท และมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 3.90 ล้านบาท เป็นรายได้จากการจำหน่ายน้ำจากระบบบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่จำนวน 1.27 ล้านบาท และรับรู้รายได้บางส่วนจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนจำนวน 2.63 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 170.39 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 166.74 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 3.66 ล้านบาท ต้นทุนขายและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนสินค้ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาท และจากการขายสินค้าในกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีจำนวนเพิ่มขึ้น ด้านการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโครงการประปาชุมชนมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก จึงทำให้สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 75.03% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 24.97%

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3 ปี 2558 มีจำนวน 52.19 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 25.95 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 26.23 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 26.23 ล้านบาท รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1.03 ล้านบาท และการตั้งรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจำนวน 2.58 ล้านบาท ที่เกิดจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าของโครงการด้านระบบบำบัดน้ำที่ ต.แม่กา ที่คาดว่าขนาดของโครงการจะลดลง

กำไรสุทธิ

ไตรมาส 3 ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 2.61 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 1.15%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 30 กันยายน 2558 ณ 31 ธันวาคม 2557 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 586.02 100.00% 550.37 100.00% 6.48%
หนี้สิน 280.26 47.82% 229.69 41.73% 22.02%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 305.76 52.18% 320.68 58.27% -4.65%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 586.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 35.65 ล้านบาท หรือ 6.48% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจาก ลูกหนี้การค้าจำนวน 12.88 ล้านบาท ด้านลูกหนี้อื่นลดลงเนื่องจากการบันทึกค่าเผื่อจากการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 5.15 ล้านบาท จากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าของโครงการด้านระบบบำบัดน้ำ ที่คาดว่าขนาดของโครงการจะลดลง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นหลักจากที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ที่มาจากการลงทุนในสินทรัพย์ด้านศูนย์บริการสำหรับกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(SAFETY) จำนวน 14.91 ล้านบาท การปรับปรุงอาคารสำนักงานจำนวน 1.8 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สินประเภทยานพาหนะเพิ่มจำนวน 2.9 ล้านบาท โดยสินทรัพย์ลดลงจากการตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมราคาสำหรับงวดจำนวน 8.69 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 บริษัทมีหนี้สินรวม 280.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 50.57 ล้านบาท หรือ 22.02% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 67.46 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้และลงทุนในสินทรัพย์ ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 14.93 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 4.5 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 305.76 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมลดลงเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นจำนวน 32.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 18.10 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 กันยายน 2558 30 กันยายน 2557
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (4.61) 5.87
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (21.15) (2.26)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 28.15 (33.14)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) 2.39 (18.42)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 33.87 27.64

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 4.61 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 45.74 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 24.20 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1.05 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 12.45 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 21.15 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ประเภทซอฟแวร์คอมพิวเตอร์จำนวน 20.74 ล้านบาท และรับดอกเบี้ยจำนวน 0.29 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 28.15 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 67.49 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 4.5 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 2.78 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 32.40 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2558

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ในไตรมาส 2 ปี 2558 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 213.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.59 ล้านบาท หรือ 15.50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 184.43 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและกลุ่มราชการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายสินค้าด้านระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น จึงทำให้ในไตรมาส 2 ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 4.53 ล้านบาท ลดลง 2.06 ล้านบาท หรือ 31.23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 6.58 ล้านบาท

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 417.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.93 ล้านบาท หรือ 8.57% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 384.16 ล้านบาท บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 15.49 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 2.62 ล้านบาท หรือ 14.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 18.11 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 6 เดือน
2/2558 2/2557 % YoY 1/2558 % QoQ ปี 2558 ปี 2557 % YoY
รายได้จากการขาย 211.39 183.10 15.45% 202.75 4.26% 414.14 381.62 8.52%
รายได้จากการให้บริการ 1.63 1.33 22.68% 1.32 23.43% 2.95 2.55 16.03%
รายได้อื่น 1.06 0.47 124.79% 3.23 -67.28% 1.91 2.53 -24.38%
รวมรายได้ 214.08 184.90 15.78% 207.30 3.27% 419.01 386.69 8.36%
ต้นทุนขาย 152.65 133.88 14.03% 148.02 3.13% 300.67 277.07 8.52%
ต้นทุนบริการ 1.15 0.89 29.10% 1.08 6.02% 2.23 1.93 15.53%
รวมต้นทุน 153.80 134.76 14.12% 149.10 3.15% 302.90 278.99 8.57%
กำไนขั้นต้น 59.23 49.67 19.24% 54.98 7.73% 114.20 105.17 8.58%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 27.80% 26.93% 0.87% 26.94% 0.86% 27.38% 27.38% 0.00%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 52.20 41.43 25.99% 43.53 19.90% 93.36 84.21 10.86%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 8.08 8.71 -7.19% 14.67 -44.91% 22.75 23.49 -3.13%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 3.78% 4.71% -0.93% 7.08% -3.30% 5.43% 6.07% -0.64%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 4.53 6.58 -31.23% 10.96 -58.70% 15.49 18.11 -14.46%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 2.11% 3.56% -1.45% 5.29% -60.00% 3.70% 4.68% -0.99%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.03 0.04 -31.23% 0.07 -58.70% 0.10 0.11 -14.46%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00   162.00   162.00 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 6 เดือน
2/2558 % 2/2557* % % YoY 1/2558 % %QoQ ปี 2558 % ปี 2557 % %YoY
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 173.12 81% 152.02 82% 13.87% 176.69 87% -2.02% 349.80 84% 327.40 85% 6.84%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 25.63 12% 26.97 15% -4.97% 21.00 10% 22.06% 46.62 11% 44.23 12% 5.42%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 14.28 7% 5.44 3% 162.51% 6.39 3% 123.48% 20.67 5% 12.54 3% 64.86%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 213.02 100% 184.43 100% 15.50% 204.07 100% 4.39% 417.09 100% 384.16 100% 8.57%

หมายเหตุ:*บริษัทปรับปรุงการจัดประเภทสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จึงทำให้โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง

ไตรมาส 2 ปี 2558 บริษัท มีรายได้จากการขายจำนวน 213.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.59 ล้านบาท หรือ 15.50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายจำนวน 184.43 ล้านบาท

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานมีจำนวน 173.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.09 ล้านบาท หรือ 13.87% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการขายสินค้าให้กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและกลุ่มหน่วยงานราชการมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วภาคการผลิตส่วนใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรม ยังอยู่ในภาวะอ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จึงทำให้รายได้จากการขายให้กลุ่มลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักอื่นๆมีจำนวนลดลง

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมมีจำนวน 25.63 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจำนวน 1.34 ล้านบาท หรือ 4.97%

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคมีจำนวน 14.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.84 ล้านบาท หรือ 162.51% ประกอบด้วย รายได้จากการให้บริการจำหน่ายน้ำจากระบบบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่จำนวน 1.63 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 12.65 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการขายให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

รายได้อื่นจำนวน 1.06 ล้านบาท มาจากรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินและรายได้อื่นๆ

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 2 ปี 2558 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 153.80 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 152.65 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 1.15 ล้านบาท ต้นทุนขายและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็นร้อยละ 72.20 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 27.80

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2558 มีจำนวน 52.20 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 26.01 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 26.19 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 26.19 ล้านบาท รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2.38 ล้านบาท และรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 2.58 ล้านบาท ที่เกิดจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าของโครงการด้านระบบบำบัดน้ำที่ ต.แม่กา ที่คาดว่าขนาดของโครงการจะลดลง

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 4.53 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 2.11%

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 30 มิถุนายน 2558 ณ 31 ธันวาคม 2557 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 565.60 100.00% 550.37 100.00% 2.77%
หนี้สิน 249.27 44.07% 229.69 41.73% 8.52%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 316.33 55.93% 320.68 58.27% -1.36%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 565.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 15.23 ล้านบาท หรือ 2.77% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจาก ลูกหนี้การค้าจำนวน 9.35 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจำนวน 3.82 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจำนวน 3.33 ล้านบาท ด้านลูกหนี้อื่นลดลงเนื่องจากการบันทึกค่าเผื่อจากการด้อยค่าสินทรัพย์จำนวน 2.58 ล้านบาท จากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าของโครงการด้านระบบบำบัดน้ำ ที่คาดว่าขนาดของโครงการจะลดลง

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงอาคารสำนักงานจำนวน 1.8 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สินประเภทยานพาหนะเพิ่มจำนวน 2.9 ล้านบาท และลดลงจากการตัดจำหน่ายและค่าเสื่อมราคาสำหรับงวดจำนวน 6.49 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 บริษัทมีหนี้สินรวม 249.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 19.58 ล้านบาท หรือ 8.52% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 50.71 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้า ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 30.74 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่จำนวน 318.95 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมลดลงเนื่องจากการจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นจำนวน 19.44 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดจำนวน 15.49 ล้านบาท

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 30 มิถุนายน 2558 30 มิถุนายน 2557
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (17.85) 1.55
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (5.06) (2.15)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 26.26 (21.86)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) 3.35 (22.46)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 34.95 23.63

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 17.85 ล้านบาท โดยมีกำไรจากจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 35.29 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 10.01 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.98 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 31.64 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 5.06 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ประเภทซอฟแวร์คอมพิวเตอร์จำนวน 5.16 ล้านบาท และรับดอกเบี้ยจำนวน 0.20 ล้านบาท

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 26.26 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 50.46 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 3 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 1.7 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 19.44 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2558

ดาวน์โหลด


ภาพรวม

ในไตรมาส 1 ปี 2558 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 204.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.34 ล้านบาท หรือ 2.17% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 199.73 ล้านบาท รายได้จากการขายเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโดยรวมของทั้งในประเทศและต่างประเทศยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 10.96 ล้านบาท ลดลง 0.56 ล้านบาท หรือ 4.88% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 11.52 ล้านบาท

สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 1/2558 ไตรมาส 1/2557 % เปลี่ยนแปลง ไตรมาส 4/2557 % เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 202.75 198.52 2.13% 200.94 0.90%
รายได้จากการให้บริการ 1.32 1.22 8.75% 1.48 -10.79%
รายได้อื่น 3.23 2.06 57.01% 0.54 497.51%
รวมรายได้ 207.30 201.79 2.73% 202.96 2.14%
ต้นทุนขาย 148.02 143.19 3.37% 145.97 1.40%
ต้นทุนบริการ 1.08 1.04 3.94% 1.32 -17.93%
รวมต้นทุน 149.10 144.23 3.38% 147.29 1.23%
กำไนขั้นต้น 54.98 55.50 -0.95% 55.13 -0.28%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 26.94% 27.79% -0.85% 27.24% -0.30%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 43.53 42.78 1.76% 44.74 -2.70%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 14.67 14.78 -0.74% 10.93 34.26%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 7.08% 7.32% -0.25% 5.38% 1.69%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 10.96 11.52 -4.88% 8.00 36.99%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 5.29% 5.71% -0.42% 3.94% 34.12%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.07 0.07 -4.88% 0.05 36.99%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00   162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 1/2558 % ไตรมาส 1/2557* % % เปลี่ยนแปลง
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (SAFETY) 176.69 87% 175.38 88% 0.75%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม (CE) 21.00 10% 17.26 9% 21.65%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค(WATER) 6.39 3% 7.10 4% -9.97%
รวมรายได้จาการขายและการให้บริการ 204.07 100% 199.73 100% 2.17%

หมายเหตุ:*บริษัทปรับปรุงการจัดประเภทสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จึงทำให้โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลง

บริษัท มีรายได้จากการขายจำนวน 202.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.23 ล้านบาท หรือ 2.13% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายจำนวน 198.52 ล้านบาท

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานมีจำนวน 176.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากภาคการผลิตส่วนใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรม ยังอยู่ในภาวะทรงตัว โดยไตรมาส 1 ปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการขายให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าหลักอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร มีจำนวนใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมมีจำนวน 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74 ล้านบาท หรือ 21.65% โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มมีการขยายตัวได้ดีขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2558

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคมีจำนวน 6.39 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการให้บริการจำหน่ายน้ำจากระบบบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่จำนวน 1.32 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 5.07 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม

รายได้อื่นจำนวน 3.23 ล้านบาท มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2.40 ล้านบาท รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินและรายได้อื่นรวม 0.83 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 1 ปี 2558 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 149.10 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 148.02 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 1.08 ล้านบาท สัดส่วนต้นทุนขายและบริการคิดเป็นร้อยละ 73.06 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 26.94 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1 ปี 2558 มีจำนวน 43.53 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 21.73 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 21.80 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย เกิดจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 10.96 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5.29

ฐานะการเงิน

หน่วย : ล้านบาท

งบการเงินรวม ณ 31 มีนาคม 2558 ณ 31 ธันวาคม 2557 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 565.56 100.00% 550.37 100.00% 2.76%
หนี้สิน 234.20 41.41% 229.69 41.73% 1.96%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 331.37 58.59% 320.68 58.27% 3.33%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 565.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 15.19 ล้านบาท หรือ 2.76% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจาก ลูกหนี้การค้าจำนวน 11.25 ล้านบาท และมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจำนวน 13.38 ล้านบาท ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 7.27 ล้านบาท ด้านสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินจำนวน 3.22 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 บริษัทมีหนี้สินรวม 234.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 4.51 ล้านบาท หรือ 1.96% โดยมีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินในรูปทรัสต์รีซีทเพื่อชำระค่าสินค้าจำนวน 32 ล้านบาท และรายการภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 3.3 ล้านบาท ในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 30.07 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 331.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2557 จำนวน 10.69 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรสุทธิสำหรับงวด

กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 31 มีนาคม 2558 31 มีนาคม 2557
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน (36.29) (9.67)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน (0.81) (1.98)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน 29.82 (9.60)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (7.27) (21.25)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 24.33 24.84

บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 36.29 ล้านบาท โดยมีกำไรจากจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 17.61 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 11.07 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 13.56 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 29.06 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 0.81 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ประเภทซอฟแวร์คอมพิวเตอร์

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 29.82 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 32.15 ล้านบาท โดยมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 1.5 ล้านบาท และจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 0.80 ล้านบาท

บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 จำนวน 24.33 ล้านบาท ลดลงจำนวน 0.51 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ 31 มีนาคม 2557


เลือกไตรมาส :  

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2557

ดาวน์โหลด


สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ปี 2557 ปี 2556 % เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย 797.71 769.09 3.72%
รายได้จากการให้บริการ 5.30 4.79 10.63%
รายได้อื่น 4.48 2.79 60.32%
รวมรายได้ 807.49 776.67 3.97%
ต้นทุนขาย 580.99 536.36 8.32%
ต้นทุนบริการ 4.18 3.71 12.47%
รวมต้นทุน 585.17 540.08 8.35%
กำไรขั้นต้น 217.85 233.80 -6.82%
อัตรากำไรขั้นต้น (%) 27.13% 30.21% -3.08%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 171.28 168.91 1.40%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 51.05 67.69 -24.58%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%) 6.32% 8.72% -2.39%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) 38.86 50.75 -23.43%
อัตรากำไรสุทธิ (%) 4.81% 6.53% -1.72%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 0.24 0.31 -23.43%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) 162.00 162.00  

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ปี 2557 % ปี 2556 % % เปลี่ยนแปลง
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทำงาน
668.82 83% 638.20 82% 4.80%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม 105.11 13% 105.71 14% -0.57%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค 29.08 4% 29.97 4% -2.98%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ 803.01 100% 773.88 100% 3.76%

ในปี 2557 งบการเงินรวมของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 803.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.13 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 3.76 เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 773.88 ล้านบาท

บริษัท มีรายได้จากการขายจำนวน 797.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3.72 เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายจำนวน 769.09 ล้านบาท รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่เพิ่มขึ้นจากการขายให้กับกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งบริษัทสามารถประมูลงานขายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอาหาร มีจำนวนลดลง ตามภาคการผลิต และภาคการส่งออกที่ชะลอตัวลง

ด้านกลุ่มสินค้าเพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อม ลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รายได้จากการขายมีจำนวนใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจาก ภาคการผลิตในปี 2557 อยู่ในภาวะทรงตัว

รายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค จำนวน 29.08 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการให้บริการ 5.30 ล้านบาท และรายได้จากการจำหน่ายระบบและอุปกรณ์ด้านระบบบำบัดน้ำจำนวน 23.78 ล้านบาท

รายได้อื่นจำนวน 4.48 ล้านบาท มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2.06 ล้านบาท รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินและรายได้อื่นรวม 2.42 ล้านบาท

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ปี 2557 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 585.17 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 580.99 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 4.18 ล้านบาท สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 72.87 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 27.13 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 30.21 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเสนอขายในลักษณะงานประมูล

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ปี 2557 มีจำนวน 171.28 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 88.09 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 83.19 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 38.86 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 4.81 กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 11.89 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นอัตราร้อยละ 23.43 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ในสัดส่วนที่สูงกว่าปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 50.75 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.53

ฐานะการเงิน

งบการเงินรวม ณ 31 ธันวาคม 2557 ณ 31 ธันวาคม 2556 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์ 550.37 100.00% 511.45 100.00% 7.61%
หนี้สิน 229.69 41.73% 202.75 39.64% 13.28%
ส่วนของผู้ถือหุ้น 320.68 58.27% 308.70 60.36% 3.88%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 550.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2556 จำนวน 38.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7.61 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นหลักจาก ลูกหนี้การค้าสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 24.58 ล้านบาท เกิดจากการขายสินค้าในไตรมาส 4 ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงิน ด้านลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 7.98 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายการค่าใช้จ่ายที่บริษัทจ่ายล่วงหน้า และมีสินค้าคงเหลือ-สุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 27.89 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 เพื่อรองรับการขายในช่วงต้นปี 2558

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีหนี้สินรวม 229.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 26.94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 13.28 หนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลักมาจาก เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจำนวน 46.74 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น เจ้าหนี้อื่นเกิดจากรายการค่าใช้จ่ายค้างจ่ายมีจำนวนลดลง 9.06 ล้านบาท และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 9.58 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 320.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 11.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3.88 เป็นผลมาจากกำไรสุทธิสำหรับปี จำนวน 38.86 ล้านบาท บริษัทจดทะเบียนเพิ่มทุนจำนวน 27 ล้านบาทเพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผล และจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจำนวน 26.45 ล้านบาท

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2557

ดาวน์โหลด


สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส
3/57
ไตรมาส
3/56
% เปลี่ยนแปลง ไตรมาส
2/57
% เปลี่ยนแปลง 9 เดือน
/57
9 เดือน
/56
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย
215.16
186.37
15.45%
183.10
17.51%
596.77
574.16
3.94%
รายได้จากการให้บริการ
1.27
1.25
1.61%
1.33
-4.49%
3.82
3.52
8.47%
รายได้อื่น
1.41
1.30
8.86%
0.47
200.18%
3.94
2.40
63.97%
รวมรายได้
217.84
188.91
15.31%
184.90
17.81%
604.53
580.08
4.22%
ต้นทุนขาย
157.95
128.04
23.36%
133.88
17.98%
435.02
401.09
8.46%
ต้นทุนบริการ
0.93
-0.02
-4795.88%
0.89
5.36%
2.86
2.24
27.79%
รวมต้นทุน
158.89
128.02
24.11%
134.76
17.90%
437.88
403.32
8.57%
กำไรขั้นต้น
57.54
59.60
-3.45%
49.67
15.85%
162.71
174.35
-6.67%
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.59%
31.77%
-5.18%
26.93%
-0.34%
27.09%
30.18%
-3.09%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
42.32
42.76
-1.02%
41.43
2.16%
126.53
119.74
5.67%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้
16.63
18.13
-8.29%
8.71
90.96%
40.12
57.01
-29.63%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%)
7.63%
9.60%
-1.96%
4.71%
2.92%
6.64%
9.83%
-3.19%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่)
12.75
13.10
-2.72%
6.58
93.64%
30.85
42.95
-28.16%
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.85%
6.94%
-1.08%
3.56%
64.36%
5.10%
7.40%
-2.30%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท)*
0.08
0.08
-2.72%
0.04
93.64%
0.19
0.27
-28.16%
จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) *
162.00
162.00
162.00
162.00
162.00

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส
3/57
% ไตรมาส
3/56
% % เปลี่ยนแปลง 9 เดือน
/57
% 9 เดือน
/56
% เปลี่ยนแปลง
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
181.58
84%
159.62
85%
13.76%
495.08
82%
473.83
4.49%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
24.92
12%
23.25
12%
7.17%
83.14
14%
82.34
0.97%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค
9.93
5%
4.75
3%
109.21%
22.37
4%
21.51
4.02%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ
216.43
100%
187.62
100%
15.36%
600.59
100%
577.67
3.97%

ไตรมาส 3 ปี 2557 งบการเงินรวมของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 216.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 15.36 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 187.62 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 215.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.79 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 15.45 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายจำนวน 186.37 ล้านบาท รายได้หลักยังคงมาจากกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยเฉพาะรายได้จากการขายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน และการเพิ่มสินค้าใหม่เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการขายสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหาร มีจำนวนลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัว

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 3 ปี 2557 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 158.89 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 157.95 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 0.93 ล้านบาท สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 73.41 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 26.59 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 31.77 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และในไตรมาส 3 ปี 2556 มีต้นทุนการให้บริการที่ลดลง จากการกลับรายการต้นทุนการด้อยค่าสินทรัพย์ ทำให้ต้นทุนค่าบริการมียอดติดลบ

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3 ปี 2557 มีจำนวน 42.32 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 22.49 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 19.84 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 12.75 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5.85 กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 0.35 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นอัตราร้อยละ 2.72 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ในสัดส่วนที่สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 13.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.94

ฐานะการเงิน

งบการเงินรวม ณ 30 กันยายน 2557 ณ 31 ธันวาคม 2556 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์
505.28
100.00%
511.45
100.00%
-1.21%
หนี้สิน
192.40
38.08%
202.75
39.64%
-5.10%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
312.88
61.92%
308.70
60.36%
1.35%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 505.28 ล้านบาท ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2556 จำนวน 6.17 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 1.21 สินทรัพย์ที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน 18.48 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลงจำนวน 19.06 ล้านบาท

ด้านลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นมีจำนวนเพิ่มขึ้น 35.27 ล้านบาท โดยลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นรายการลูกหนี้การค้าที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ และลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าและรายการภาษีอากรรอเรียกคืน

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 บริษัทมีหนี้สินรวม 192.40 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 5.10 หนี้สินที่ลดลงหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าลดลงจำนวน 5.81 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจำนวน 4.5 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 312.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4.18 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1.35

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2557

ดาวน์โหลด


สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 2/57 ไตรมาส 2/56 % เปลี่ยนแปลง ไตรมาส 1/57 % เปลี่ยนแปลง 6 เดือน
/57
6 เดือน
/56
% เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย
183.10
195.19
-6.19%
198.52
-7.77%
381.62
387.79
-1.59%
รายได้จากการให้บริการ
1.33
1.25
6.18%
1.22
9.42%
2.55
2.27
12.25%
รายได้อื่น
0.47
0.53
-10.46%
201.79
-77.14%
2.53
1.15
120.32%
รวมรายได้
184.90
196.97
-6.13%
201.79
-8.37%
386.69
391.21
-1.15%
ต้นทุนขาย
133.88
135.25
-1.02%
143.19
-6.51%
277.07
273.05
1.47%
ต้นทุนบริการ
0.89
1.31
-32.46%
1.04
-14.65%
1.93
2.26
-14.71%
รวมต้นทุน
134.76
136.56
-1.32%
144.23
-6.56%
278.99
275.31
1.34%
กำไรขั้นต้น
49.67
59.88
-17.06%
55.50
-10.51%
105.17
114.75
-8.35%
อัตรากำไรขั้นต้น
26.93%
30.48%
-3.55%
27.79%
-0.86%
27.38%
29.42%
-2.04%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
41.43
42.22
-1.87%
42.78
-3.16%
84.21
77.02
9.33%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษเงินได้
8.71
18.19
-52.11%
14.78
-41.08%
23.49
38.88
-39.58%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%)
4.71%
9.23%
-4.52%
7.32%
-2.62%
6.07%
9.94%
-3.86%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่)
6.58
14.10
-53.31%
11.52
-42.87%
18.11
29.84
-39.33%
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.56%
7.16%
-3.60%
5.71%
-37.65%
4.68%
7.63%
-2.95%
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท)*
0.04
0.09
-53.31%
0.07
-42.87%
0.11
0.18
-39.33%
จำนวนหุ้นสามัญ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ล้านหุ้น) *
162.00
162.00
162.00
162.00
162.00

*ปรับปรุงใหม่

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 2/57 ไตรมาส 2/56 % เปลี่ยนแปลง 6 เดือน/57 6 เดือน/56 % เปลี่ยนแปลง
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
150.15
160.69
-6.56%
313.50
314.21
-0.22%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
28.94
28.13
2.89%
58.22
59.09
-1.47%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค
5.34
7.63
-29.93%
12.44
16.76
-25.77%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ
184.43
196.44
-6.12%
384.16
390.06
-1.51%

ไตรมาส 2 ปี 2557 งบการเงินรวมของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 184.43 ล้านบาท ลดลง 12.01 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 6.12 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและบริการรวม 196.44 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 183.10 ล้านบาท ลดลง 12.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 6.19 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายจำนวน 195.19 ล้านบาท รายได้จากการขายที่ลดลงมาจากกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งลดลงตามภาคการผลิตของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 2 ปี 2557 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 134.76 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 133.88 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 0.89 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลงตามปริมาณการขายที่ลดลง ด้านต้นทุนบริการลดลงเนื่องจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 73.07 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 26.93 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 30.48 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2557 มีจำนวน 41.43 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 22 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 19.43 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นหลักเป็นค่าใช้จ่ายในการขายของบริษัทย่อย ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวนใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 6.58 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 3.56 กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 7.52 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นอัตราร้อยละ 53.31 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 14.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 7.16

ฐานะการเงิน

งบการเงินรวม ณ 30 มิถุนายน 2557 ณ 31 ธันวาคม 2556 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์
515.97
100.00%
511.45
100.00%
0.88%
หนี้สิน
202.54
39.25%
202.75
39.64%
-0.11%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
313.43
60.75%
308.70
60.36%
1.53%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2557 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 515.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4.51 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 0.88 สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นจำนวน 20 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจำนวน 10.06 ล้านบาท แต่มีรายการเงินสดและเงินฝากธนาคารลดลงจำนวน 22.49 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2557 บริษัทมีหนี้สินรวม 202.54 ล้านบาท ใกล้เคียงกันกับปีก่อน หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 0.11 หนี้สินที่ลดลงหลักมาจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 7.92 ล้านบาท แต่มีเจ้าหนี้การค้าในขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 6.41 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2557 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 313.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1.53 เป็นผลมาจากกำไรสุทธิในงวดปัจจุบัน

บริษัทจดทะเบียนเพิ่มทุนจำนวน 27 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญแก่ผู้ถือหุ้น

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2557

ดาวน์โหลด


สรุปผลการดำเนินงาน

หน่วย : ล้านบาท

  ไตรมาส 1/57 ไตรมาส 1/56 % เปลี่ยนแปลง ไตรมาส 4/56 % เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการขาย
198.52
192.60
3.07%
194.93
1.84%
รายได้จากการให้บริการ
1.22
1.02
19.73%
1.27
-4.35%
รายได้อื่น
2.06
3.55
-41.96%
0.39
424.92%
รวมรายได้
201.79
197.16
2.35%
196.60
2.64%
ต้นทุนขาย
143.19
137.80
3.91%
135.28
5.85%
ต้นทุนบริการ
1.04
0.95
9.94%
1.47
-29.55%
รวมต้นทุน
144.23
138.74
3.95%
136.75
5.47%
กำไรขั้นต้น
55.50
54.87
1.15%
59.45
-6.64%
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.79%
28.34%
-0.55%
30.30%
-2.51%
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
42.78
37.72
13.40%
47.74
-10.40%
กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้
14.78
20.69
-28.56%
12.10
22.16%
อัตรากำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (%)
7.32%
10.49%
-3.17%
6.15%
1.17%
กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่)
11.52
15.74
-26.80%
7.80
47.76%
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.71%
7.99%
-2.27%
3.97%
43.96%
กำไรต่อหุ้น
0.09
0.12
-26.80%
0.06
47.76%

รายได้

หน่วย : ล้านบาท

โครงสร้างรายได้ ไตรมาส 1/57 % ไตรมาส 1/56 % % เปลี่ยนแปลง
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
163.44
82%
153.82
79%
6.26%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
29.43
15%
30.66
16%
-4.04%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค
6.86
3%
9.13
5%
-24.85%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ
199.73
100%
193.61
100%
3.16%

ไตรมาส 1 ปี 2557 งบการเงินรวมของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 199.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.12 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 3.16 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขายและบริการรวม 193.61 ล้านบาท

บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 198.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.92 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 3.07 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายจำนวน 192.60 ล้านบาท รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นหลักมาจากการขายในกลุ่มสินค้าด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่เริ่มมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้ากลุ่มหน่วยงานราชการ และกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ส่วนคำสั่งซื้อจากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ มีจำนวนลดลง ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการ

ไตรมาส 1 ปี 2557 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 144.23 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 143.19 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 1.04 ล้านบาท ต้นทุนขายและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นจำนวน 5.49 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.95 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในไตรมาส 1 ปี 2557 คิดเป็นร้อยละ 72.21 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 27.79 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 28.34 เนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 1 ปี 2557 มีจำนวน 42.78 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 20.90 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 21.88 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในส่วนผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทย่อยที่เปิดใหม่

กำไรสุทธิ

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 11.52 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5.71 กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 4.22 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นอัตราร้อยละ 26.80 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 15.74 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 7.99

ฐานะการเงิน

งบการเงินรวม 31 มีนาคม 2557 31 ธันวาคม 2556 % เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์
506.06
100.00%
511.45
100.00%
-1.05%
หนี้สิน
185.37
36.63%
202.75
39.64%
-8.58%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
320.69
63.37%
308.70
60.36%
3.89%

สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 506.06 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 5.39 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 1.05% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือจำนวน 4.9 ล้านบาท เงินสดและเงินฝากธนาคารลดลงจำนวน 21.28 ล้านบาท แต่มียอดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 21.16 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 บริษัทมีหนี้สินรวม 185.37 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 17.38 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 8.58 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 7.96 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 11.04 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 320.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 11.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3.89 เป็นผลมาจากกำไรสุทธิในงวดปัจจุบัน

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2556

ดาวน์โหลด


สรุปผลการดำเนินงาน

ปี 2556 งบการเงินรวมของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 773.88 ล้านบาท ลดลง 16.15 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 2.04 เป็นผลมาจากรายได้จากการขายในกลุ่มลูกค้าในหน่วยงานราชการมีจำนวนลดลง ในขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีจำนวน 50.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 5.31 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 11.70 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการขายสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และมีต้นทุนค่าบริการในบริษัทย่อยที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

รายได้

บริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 769.09 ล้านบาท ลดลง 17.14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 2.17 เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้จากการขายจำนวน 786.23 ล้านบาท รายได้จากการขายลดลง สาเหตุหลักจากการขายสินค้าในกลุ่มควบคุมสภาพแวดล้อมให้กับลูกค้ากลุ่มงานราชการลดลง นอกจากนี้รายได้จากการขายในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมีจำนวนลดลง ตามการชะลอตัวของภาคการส่งออก อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายในกลุ่มสินค้าเพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม มีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคการผลิต และคำสั่งซื้อของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายได้จากการให้บริการจำนวน 4.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.99 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 26.01เมื่อเทียบกับปีก่อน มีผล มาจากการให้บริการที่มีประสิทธิภาพในโครงการรับบำบัดน้ำให้แก่ลูกค้า

โครงสร้างรายได้ ปี 2556 ปี 2555 %
เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
617.29
79.77%
597.17
75.59%
3.37%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
123.46
15.95%
152.94
19.36%
-19.28%
กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค
33.12
4.28%
39.91
5.05%
-17.01%
รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ
773.88
100%
790.03
100%
-2.04%

หมายเหตุ *บริษัทมีการจัดประเภทสินค้าใหม่

รายได้อื่นของบริษัทจำนวน 2.79 ล้านบาท ประกอบด้วยรายการโอนกลับค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 0.66 ล้านบาทและมีรายได้อื่นๆ จำนวน 2.13 ล้านบาท

ต้นทุนขายและบริการ

ปี 2556 บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการจำนวน 540.08 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 536.36 ล้านบาท และต้นทุนบริการจำนวน 3.71 ล้านบาท ต้นทุนขายและต้นทุนบริการลดลงจำนวน 31.23 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.47 เมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนขายมีจำนวนลดลงตามการขายที่ลดลง และการขายในอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยบางรายการ ด้านต้นทุนบริการมีจำนวนลดลง เนื่องจากการลดต้นทุนบริการของบริษัทย่อยลง

สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 69.79 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 30.21 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 27.69 การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น มาจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2555 และกำไรขั้นต้นจากการให้บริการมีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและการที่ไม่มีผลขาดทุนจากโครงการในบริษัทย่อยเช่นที่เกิดในปี 2555

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2556 มีจำนวน 168.91 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 79.98 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 85.58 ล้านบาท หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 1.25 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2.10 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ 2 แห่ง และผลขาดทุนจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลกำไร

บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 50.75 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.53 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 5.31 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.70 เมื่อเทียบกับปีก่อน

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร


งบการเงินรวม ปี 2556 ปี 2555*
อัตรากำไรขั้นต้น
30.21%
27.69%
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน
10.25%
9.72%
อัตรากำไรสุทธิ
6.53%
5.72%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
16.77%
15.87%

หมายเหตุ *ปรับปรุงใหม่

ในปี 2556 บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 16.77 เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 15.87 จากการขายและการให้บริการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่ากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น

ฐานะการเงิน


งบการเงินรวม ปี 2556 ปี 2555* %
เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์
511.45
100.00%
507.96
100.00%
0.69%
หนี้สิน
202.75
39.64%
215.99
42.52%
-6.13%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
308.70
60.36%
291.97
57.48%
5.73%

หมายเหตุ *ปรับปรุงใหม่

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 จำนวน 511.45 ล้านบาท ประกอบด้วยสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 358.62 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวน 152.83 ล้านบาท สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจำนวน 6.82 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1.34 เมื่อเทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2555 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 507.96 ล้านบาท สินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น

ลูกหนี้การค้า

ในปี 2556 บริษัทมีลูกหนี้การค้าจำนวน 108.65 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าลดลงจากปี 2555 ตามการขายที่ลดลง โดยมีระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย 51.91 วันใกล้เคียงกับปี 2555 ที่มีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 52.85 วัน บริษัทมีนโยบายการให้เทอมการจ่ายชำระแก่ลูกค้าขั้นต่ำ 30 วัน ซึ่งบริษัทจะทำการพิจารณาเทอมการจ่ายชำระจากผลประกอบการที่ผ่านมา ยอดการสั่งซื้อและประวัติการชำระเงินในอดีต สำหรับนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทจะพิจารณาจากยอดค้างชำระของลูกหนี้ที่มีอายุการชำหนี้เกิน 180 วัน และไม่มีการเคลื่อนไหวซึ่งจะพิจารณาเป็นราย ๆ ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 100% จากยอดหนี้คงค้าง โดยปี 2556 มียอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากลูกหนี้การค้าลดลงจำนวน 0.11 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจำนวน 0.17 ล้านบาท

สินค้าคงเหลือ-สุทธิ

บริษัทมีสินค้าคงเหลือ-สุทธิจำนวน 189.30 ล้านบาท มีจำนวนลดลงจากปี 2555 จำนวน 6.32 ล้านบาทหรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 3.23 ในส่วนของนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าล้าสมัยหรือเสื่อมคุณภาพ บริษัทพิจารณาจากอายุและสภาพของสินค้าเป็นหลัก กรณีเป็นสินค้าเสื่อมสภาพเร็วมีอายุเกิน 1 ปี ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 50% ของมูลค่าสินค้าคงค้าง กรณีสินค้าเสื่อมสภาพเร็วที่มีอายุเกิน 2 ปีขึ้นไปหรือสินค้าชำรุดใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 100% ของมูลค่าสินค้าคงค้า

ในปี 2556 บริษัทบันทึกค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 3.95 ล้านบาท

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ ในปี 2556 มีจำนวน 147.85 ล้านบาท ลดลงจากปี 2555 จำนวน 4.95 ล้านบาท สาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินจำนวน 11.94 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เพิ่มหลักมาจากเครื่องตกแต่ง เครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงการปรับปรุงอาคารและระบบสาธารณูปโภค สำหรับสำนักงานสาขา และการปรับปรุงระบบสารสนเทศของบริษัทจำนวนรวม 5.68 ล้านบาท

หนี้สิน

ณ 31 ธันวาคม 2556 บริษัทมีหนี้สินรวม 206.05 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียนจำนวน 178.73 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนจำนวน 27.32 ล้านบาทหนี้สินรวมเปลี่ยนแปลงลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 9.94 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 4.60 สาเหตุหลักจากจำนวนเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง

บริษัทมีภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นกับสถาบันการเงิน ดังนี้

หน่วย : ล้านบาท

รายการ วงเงิน เบิกใช้ ยังไม่ได้ใช้
แอลซีและทีอาร์
188.00
36.01
151.99
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
65.00
10.00
55.00
หนังสือค้ำประกัน
30.70
2.11
28.59
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
56.50
6.64
49.86
สัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสกุลเงิน : บาท
220.00
15.33
204.67
สัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสกุลเงิน : ดอลล่าร์สหรัฐ
1.15
0.58
0.57

ส่วนของผู้ถือหุ้น

บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นของบริษัทใหญ่ ณ 31 ธันวาคม 2556 จำนวน 310.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 15.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5.33 จาก ณ 31 ธันวาคม 2555 ที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 294.79 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน

ในปี 2556 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.65 เท่า ลดลงจากปี 2555 ที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของเท่ากับ 0.75 เท่า เนื่องจากบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจำนวน 16.73 ล้านบาท จากกำไรสะสมของปีในขณะที่มีภาระหนี้สินลดลงจำนวน 13.24 ล้านบาท

สภาพคล่อง

หน่วย : ล้านบาท

กระแสเงินสด 31 ธ.ค. 2556 31 ธ.ค. 2555
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน
60.45
56.55
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน
(4.60)
(5.43)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน
(30.23)
(46.22)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง)
25.62
4.91
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด
49.61
23.90

บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 60.45 ล้านบาท โดยมีกำไรจากจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 84.37 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงสาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลงจำนวน 2.22 ล้านบาท สินค้าคงเหลือลดลงจำนวน 4.89 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจำนวน 9.63 ล้านบาท จ่ายผลประโยชน์พนักงานจำนวน 8.10 ล้านบาท และจ่ายภาษีเงินได้จำนวน 14.25 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากกิจกรรมใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนจำนวน 4.6 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร และสินทรัพย์ประเภทซอฟแวร์คอมพิวเตอร์

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 30.23 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน จ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 23.15 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 3.25 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลจำนวน 35.08 ล้านบาท โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจำนวน 29.19 ล้านบาท

บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 จำนวน 49.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 25.72 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2555

อัตราส่วนสภาพคล่อง

  ปี 2556 ปี 2555
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
2.04
1.98
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)
51.91
52.85
ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย (วัน)
59.96
57.42
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)
130.07
119.94
วงจรเงินสด
122.02
115.37

บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องในปี 2556 เท่ากับ 2.04 เท่า เพิ่มขึ้น 0.06 เท่าจากปี 2555 เนื่องจากมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากรายงานเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินหมุนวียนมีจำนวนใกล้เคียงกันกับปีก่อน

บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยในปี 2556 เท่ากับ 51.91 วันใกล้เคียงกับปี 2555 ที่มีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 52.85 วัน ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยปี 2556 เท่ากับ 130.07 วัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 เท่ากับ 10.13 วัน เนื่องจากบริษัทมีปริมาณการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น และระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย ในปี 2556 เท่ากับ 59.96 เพิ่มขึ้นจำนวน 2.54 วัน จากปี 2555 การสั่งซื้อส่วนใหญ่เป็นการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้นานกว่าการสั่งซื้อในประเทศ

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2555

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงานที่ผ่านมา

ในปี 2555 บริษัทมีกำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 44.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 15.87 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 54.99 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของภาคการผลิตในอุตสาหกรรม และจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้บริษัทซึ่งเป็นผู้นำเข้า สินค้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงมีสาเหตุหลักจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทย่อย ค่าใช้จ่ายหนี้สูญและ หนี้สงสัยจะสูญลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนทางการเงินลดลงจากดอกเบี้ยวงเงินเบิกเกินบัญชีและดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ลดลง นอกจากนี้ การปรับลดอัตราการเสียภาษี มีผลทำให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง

ผลการดำเนินงาน

  • รายได้
    ในปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 790.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 70.89 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 9.86 เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีรายได้จากการขายและบริการรวม 719.14 ล้านบาท

    รายได้หลักมาจากการจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมจำนวน 620.90 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78.59 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวม เพิ่มขึ้นจำนวน 54.82 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 9.68 เมื่อเทียบกับปี 2554 รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท สินค้าหลักที่จำหน่ายใน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสินค้าป้องกันภัยส่วนบุคคล สินค้าที่ยอดจำหน่ายสูงสุดได้แก่ สินค้าประเภท ถุงมือนิรภัย รองเท้านิรภัย และแว่นตานิรภัย

    รายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมในปี 2555 มีจำนวน 129.21 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ร้อยละ 16.36 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวม เพิ่มขึ้นจำนวน 16.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 14.87 เมื่อเทียบกับปี 2554 รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ ที่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2554

    รายได้ในกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำในปี 2555 มีจำนวน 39.91 ล้านบาท ลดลงจำนวน 0.68 ล้านบาท หรือลดลง คิดเป็นร้อยละ 1.68 เมื่อเทียบกับปี 2554 โดยในปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นจำนวน 19.56 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการออกแบบ ผลิต ติดตั้งระบบบำบัดน้ำที่มีจำนวนลดลง 20.24 ล้านบาท

    งบการเงินรวม ปี 2555 ปี 2554 เพิ่มขึ้น(ลดลง)
    %
    ล้านบาท % ล้านบาท %
    กลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม
    620.90
    78.59%
    566.08
    78.71%
    9.68%
    กลุ่มสินค้าและบริการด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
    129.21
    16.36%
    112.48
    15.65%
    14.87%
    กลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบบำบัดน้ำ
    39.91
    5.05%
    40.59
    5.64%
    (1.68%)
    รวมรายได้จากการขายและการให้บริการ
    790.03
    100%
    719.14
    100%
    9.86%

    บริษัทมีรายได้อื่นจำนวน 4.10 ล้านบาท ประกอบด้วยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1.47 ล้านบาท จากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น และมีรายได้อื่นๆ จำนวน 2.62 ล้านบาท ในปี 2555 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 794.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 721.94 ล้านบาทในปี 2554 จำนวน 72.19 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 9.99

  • ต้นทุนขายและบริการ
    บริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการในปี 2555 จำนวน 571.31 ล้านบาท ประกอบด้วยต้นทุนขายจำนวน 564.11 ล้านบาท และ ต้นทุนบริการจำนวน 7.20 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นจำนวน 62.54 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 12.29% เมื่อเทียบ กับปี 2554 ต้นทุนขายมีจำนวนเพิ่มขึ้นผันแปรตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเพิ่มขึ้น ด้านต้นทุนบริการมีจำนวนลดลงเนื่องจากรายได้ในส่วนการออกแบบ ผลิต ติดตั้งระบบบำบัดน้ำมีลดลง เมื่อเทียบกับปี 2554

    สัดส่วนต้นทุนขายและบริการในปี 2555 คิดเป็นร้อยละ 72.31 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ ร้อยละ 27.69 ในขณะที่ปี 2554 มีสัดส่วนต้นทุนขายและบริการร้อยละ 70.75 ของรายได้จากการขายและการให้บริการ และมีอัตรากำไร ขั้นต้นร้อยละ 29.25 การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมาจากการขายสินค้าในกลุ่มสินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2554 และในส่วนของกลุ่มสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำยังมีการขาย สินค้าในอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก และการให้บริการที่ยังมีอัตรากำไรขั้นต้นเป็นลบ เนื่องจากต้นทุนโครงการในบริษัทย่อยมีผลขาดทุนจาก การส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด

  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
    ค่าใช้จ่ายในการขายประกอบด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายต่างๆ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการขนส่ง และ ค่าใช้จ่ายในการขายอื่นๆ ในปี 2555 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายจำนวน 78.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2.61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 3.43 เมื่อเทียบกับปี 2554 ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และผลตอบแทนที่ผันแปรตามรายได้จากการขาย และค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย

    ค่าใช้จ่ายในการบริหารประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายบริหารอื่นๆ ในปี 2555 บริษัท มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 82.22 ล้านบาท ลดลงจำนวน 9.36 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 10.22 เมื่อเทียบกับปี 2554 สาเหตุหลักจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทย่อยมีจำนวนลดลง 6.5 ล้านบาท และการลดลงของหนี้สูญและ สงสัยจะสูญจำนวน 3.85 ล้านบาท

    ต้นทุนทางการเงินในปี 2555 มีจำนวน 3.49 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 จำนวน 0.89 ล้านบาท เนื่องจากมีดอกเบี้ยเงินเบิก เกินบัญชี และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารลดลง

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 14.54 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 จำนวน 1.45 ล้านบาท เนื่องจากมีอัตราการจ่ายภาษีที่ลดลง

  • กำไรจากการดำเนินงาน
    บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 61.94 ล้านบาทในปี 2555 คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานร้อยละ 7.80 กำไรจาก การดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากปี 2554 จากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงดังกล่าว

  • กำไรสุทธิ
    บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 44.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 15.87 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 54.99 เมื่อเทียบกับปี 2554 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 5.63

    อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร

    งบการเงินรวม ปี 2555 ปี 2554
    อัตรากำไรขั้นต้น
    27.69%
    29.25%
    อัตรากำไรจากการดำเนินงาน
    7.80%
    6.30%
    อัตรากำไรสุทธิ
    5.63%
    3.49%
    อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
    15.96%
    10.40%

    ในปี 2555 บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 15.96 เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.40 จากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนของการบริการด้านระบบบำบัดน้ำ ยังเป็นลบ แต่ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลง ทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ต้นทุนทางการเงิน รวมถึงอัตราภาษี ที่ลดลงจากปีก่อน ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น

ฐานะทางการเงิน

งบการเงินรวม ปี 2555 ปี 2554 เพิ่มขึ้น(ลดลง)
%
ล้านบาท % ล้านบาท %
สินทรัพย์
501.63
100.00%
483.28
100.00%
3.80%
หนี้สิน
215.99
43.06%
213.21
44.21%
1.30%
ส่วนของผู้ถือหุ้น
285.64
56.94%
272.08
56.30%
4.98%

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 501.63 ล้านบาท ประกอบด้วยสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 348.18 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวน 153.46 ล้านบาท สินทรัพย์รวมพิ่มขึ้นจำนวน 18.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 3.80 เมื่อเทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2554 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 483.28 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้า คงเหลือจำนวน 15.75 ล้านบาท

  • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น-สุทธิ
    ในปี 2555 บริษัทมีลูกหนี้การค้าจำนวน 124.21 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ผันแปรตามปริมาณการขายที่ เพิ่มขึ้น บริษัทมีนโยบายในการให้เทอมการจ่ายชำระแก่ลูกค้าขั้นต่ำ 30 วัน โดยมีเทอมการจ่ายชำระที่ให้แก่ลูกค้าเฉลี่ย 53 วัน ซึ่งบริษัท จะทำการพิจารณาเทอมการจ่ายชำระจากผลประกอบการที่ผ่านมา ยอดการสั่งซื้อ และประวัติการชำระเงินในอดีต นอกจากนี้ บริษัทมี นโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยประมาณจากจำนวนหนี้ที่อาจเกิดขึ้นจากการเรียกเก็บเงินจากลูก หนี้ไม่ได้ตามเงื่อนไขการชำระเงิน โดยอาศัยประวัติการเรียกเก็บเงินในอดีตและตามสถานะปัจจุบันของลูกหนี้คงค้าง ณ วันที่งบดุล โดย พิจารณาจากลูกหนี้ที่มีอายุการชำระหนี้เกิน 180 วัน และไม่มีการเคลื่อนไหวซึ่งพิจารณาเป็นรายๆ ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 100% จากยอดหนี้คงค้างทั้งสิ้น ในปี 2555 บริษัทตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น จำนวน 0.17 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้อื่นของบริษัท ประกอบด้วย รายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนดชำระ เป็นต้น

  • สินค้าคงเหลือ-สุทธิ
    ในปี 2555 บริษัทมีสินค้าคงเหลือ-สุทธิจำนวน 195.62 ล้านบาท มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 15.76 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 8.76 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นสาเหตุหลักจากการเพิ่มสินค้าใหม่เพื่อขยายตลาด

    ในส่วนของนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าล้าสมัยหรือเสื่อมคุณภาพ บริษัทพิจารณาจากอายุและสภาพ ของสินค้าเป็นหลักตามหลักการดังต่อไปนี้

    - สินค้าเสื่อมสภาพเร็วที่มีอายุเกิน 1 ปี (เช่น รองเท้า แว่นตา และถุงมือยาง เป็นต้น) ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 50% ของมูลค่าสินค้าคงค้าง

    - สินค้าเสื่อมสภาพเร็วที่มีอายุเกิน 2 ปีขึ้นไป ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 100% ของมูลค่าสินค้าคงค้าง

    - สินค้าที่พิจารณาเป็นสินค้าชำรุดแล้ว ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 100%

    ในปี 2555 บริษัทบันทึกค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นจาก ปี 2554 จำนวน 1.88 ล้านบาท ในขณะที่ในปี 2554 บริษัทบันทึก ค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2553 จำนวน 3.12 ล้านบาท จำนวนการบันทึกค่าเผื่อมูลค่าสินค้ามีแนวโน้มลดลง จากการที่บริษัทมีการบริหารสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น

  • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ
    ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ ในปี 2555 มีจำนวน 152.80 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 จำนวน 6.86 ล้านบาท สาเหตุหลักจาก ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินจำนวน 15.07 ล้านบาท ระหว่างปีมีการซื้อสินทรัพย์เพิ่มในส่วนของสินค้าสาธิตจำนวน 2.12 ล้านบาท เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงานจำนวน 2.24 ล้านบาท และซื้อสินทรัพย์อื่นๆอีกจำนวน 0.63 ล้านบาท

แหล่งที่มาของเงินทุน

หนี้สิน

ณ 31 ธันวาคม 2555 บริษัทมีหนี้สินรวม 215.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ 31 ธันวาคม 2554 จำนวน 2.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 1.30 เป็นหนี้สินหมุนเวียนจำนวน 175.57 ล้านบาท ลดลงจำนวน 6.68 ล้านบาทจากปี 2554 สาเหตุหลักจากเงินเบิกเกิน บัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลงจำนวน 17.28 ล้านบาท และส่วนของหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี ลดลงจำนวน 2.57 ล้านบาท แต่มี เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 12.37 ล้านบาท

บริษัทมีหนี้สินไม่หมุนเวียนจำนวน 40.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 9.47 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการทำสัญญากู้เงินจาก การธนาคารจำนวน 30 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีการรับรู้ภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 3.59 ล้านบาท

บริษัทมีภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นกับสถาบันการเงิน ดังนี้

รายการ หน่วย: ล้านบาท
วงเงิน เบิกใช้ ยังไม่ได้ใช้
แอลซีและทีอาร์
188.00
21.46
166.54
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
65.00
-
65.00
หนังสือค้ำประกัน
30.70
5.32
25.38
เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
46.50
2.71
43.79
สัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสกุลเงิน : บาท
220.00
-
220
สัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสกุลเงิน : ดอลล่าร์สหรัฐ
1.15
-
1.15

ส่วนของผู้ถือหุ้น

บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นของบริษัทใหญ่ ณ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 288.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 16.38 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5.77 จาก ณ 31 ธันวาคม 2554 ที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 272.08 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรสุทธิของปี 2555 จำนวน 42.27 ล้านบาท

ในปี 2555 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 0.75 เท่า ลดลงจากปี 2554 ที่มีอัตราส่วนหนี้ิสินต่อส่วนของเจ้าของเท่ากับ 0.78 เท่า เนื่องจากบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีภาระหนี้สินใกล้เคียงกับปี 2554

กระแสเงินสด ปี 2555 ปี 2554
เงินสดได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมดำเนินงาน
56.55
(1.10)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมลงทุน
(5.43)
(8.30)
เงินสดสุทธิได้มา(ใช้ไป)จากกิจกรรมจัดหาเงิน
(46.22)
(50.58)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง)
4.91
(59.99)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด
23.90
19.00

สภาพคล่อง

ในปี 2555 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 56.55 ล้านบาท โดยมีกำไรจากจากการดำเนินงานก่อน การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 79.26 ล้านบาท สินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานเปลี่ยนแปลง สาเหตุหลักมาจาก ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 4.93 ล้านบาท ผันแปรตามการขายที่เพิ่มขึ้น สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 17.39 ล้านบาท จากการสั่งซื้อสินค้าใหม่ ที่บริษัทกำลังขยายตลาด เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 13.19 ล้านบาท และจ่ายภาษีเงินได้ 13.92 ล้านบาท

กระแสเงินสด ใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนจำนวน 5.43 ล้านบาท เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร 4.99 ล้านบาท จากการซื้อ สินทรัพย์ประเภทสินค้าสาธิต เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงาน และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เงินสดจ่ายเพื่อให้เงินกู้ยืมแก่พนักงาน เพิ่มขึ้น 0.79 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากดอกเบี้ยและการจำหน่ายทรัพย์สินรวม 0.36 ล้านบาท

กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 46.22 ล้านบาท เนื่องจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 17.25 ล้านบาท จ่ายชำระหนี้ตามสัญญาเช่าระยะยาวและจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินรวม 27.64 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 28.35 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยจำนวน 2.99 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีเงินสดรับจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 30 ล้านบาท

บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 23.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4.91 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2554

อัตราส่วนสภาพคล่อง

บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องในปี 2555 เท่ากับ 1.98 เท่า เพิ่มขึ้น 0.21 เท่าจากปี 2554 เนื่องจากบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่ม ขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 7.69 ในขณะที่มีหนี้สินหมุนวียนลดลงร้อยละ 3.67 ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้น

บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยในปี 2555 เท่ากับ 52.85 วันซึ่งใกล้เคียงกับปี 2554 ที่มีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 53.74 วัน ทั้งนี้บริษัท มีนโยบายการให้เครดิตแก่ลูกค้ารัดกุมและทบทวนการให้เครดิตแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ในปี 2555 บริษัทมีระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเท่ากับ 119.94 วัน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 เท่ากับ 9.02 วัน เนื่องจากบริษัทมีปริมาณ การสั่งซื้อสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น

บริษัทมีระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย ในปี 2555 เท่ากับ 57.42 เพิ่มขึ้นจำนวน 5.54 วัน จากปี 2554 จากการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการ สั่งซื้อส่วนใหญ่เป็นการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้นานกว่าการสั่งซื้อในประเทศ

อัตราส่วนสภาพคล่อง ปี 2555 ปี 2554
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
1.98
1.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า)
0.87
0.79
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)
52.85
53.74
ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย (วัน)
57.42
51.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)
119.94
110.92
วงจรเงินสด
115.37
112.78

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2554

ดาวน์โหลด


ภาพรวมการดำเนินงานที่ผ่านมา

ปี 2554 ธุรกิจหลักของบริษัททางด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่ออาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทนั้นมีการขยายตัวได้ดีตามเศรษฐกิจ ถึงแม้ในไตรมาส 4 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมแต่ยอดรายได้จากการขายสินค้าเพื่ออาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัท ยังสามารถขยายตัวได้ร้อยละ 10.27

สำหรับธุรกิจเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ ได้มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและมียอดรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ทางบริษัทจึงได้มีการลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยเมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมาอีกจำนวน 8.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 76.67 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทย่อย แต่เนื่องจากบริษัทย่อยรับงานได้ต่ำกว่าเป้าหมาย จึงทำให้รายได้ยังไม่คุ้มค่าใช้จ่ายจึงทำให้ผลประกอบการในปี 2554 ยังมีผลขาดทุน

ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 475.80 ล้านบาท 646.83 ล้านบาท และ 721.94 ล้านบาทตามลำดับ โดยมีกำไรสุทธิในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 17.61 ล้านบาท และ 37.76 ล้านบาท และ 25.18 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งในปี 2552 บริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด มูลค่า 4.52 ล้านบาท

ในส่วนของสินทรัพย์ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 มีมูลค่าเท่ากับ 357.92 ล้านบาท 483.86 ล้านบาท และ 483.28 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของปี2553 มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือตามการขยายตัวของยอดขายและเงินสดคงเหลือจากการระดมเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ในเดือนธันวาคม 2553

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน

การวิเคราะห์รายได้

ในปี 2553 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับ 637.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 คิดเป็นร้อยละ 36.14 เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาวะถดถอยซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายในงวดเดียวกันของปี 2552

ในปี 2554 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับ 719.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 12.74 เนื่องจากคำสั่งซื้อที่ขยายตัวขึ้นตามเศรษฐกิจและรายได้หลักที่เพิ่มขึ้นเป็นสินค้าประเภทอุปรกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

โครงสร้างรายได้ของบริษัทในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีรายได้หลักมาจากการจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ร้อยละ 83.02 ร้อยละ 81.04 และร้อยละ 80.79 ของรายได้รวมตามลำดับ รายได้จากการขายอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานคิดเป็น ร้อยละ 15.45 ร้อยละ 14.08 และร้อยละ 13.20 ของรายได้รวมตามลำดับ รายได้จากธุรกิจเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ คิดเป็นร้อยละ – ร้อยละ 3.49 และร้อยละ 5.62 ของรายได้รวมตามลำดับ ในส่วนของรายได้อื่นคิดเป็น ร้อยละ 1.53 ร้อยละ 1.39 และร้อยละ 0.39 ของรายได้รวมตามลำดับ

ในส่วนของการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบำบัดน้ำ และการให้บริการออกแบบ ผลิต ก่อสร้าง และติดตั้งระบบบำบัดน้ำดีและน้ำเสีย บริษัทเริ่มดำเนินการเชิงธุรกิจในช่วงปลายปี 2552 โดยในปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบำบัดน้ำเท่ากับ 4.21 ล้านบาท และ 16.55 ล้านบาทตามลำดับ และรายได้จากการให้บริการออกแบบ ผลิต ก่อสร้าง และติดตั้งระบบบำบัดน้ำดีและน้ำเสียเท่ากับ 18.02 ล้านบาท และ 21.93 ล้านบาทตามลำดับ

การวิเคราะห์ต้นทุนและค่าใช้จ่าย


  • ต้นทุนขายและบริการ
    บริษัทมีต้นทุนขายและบริการในงวดบัญชี ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 329.34 ล้านบาท 438.68 ล้านบาท และ 508.77 บาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนต้นทุนขายและบริการเท่ากับ ร้อยละ 70.29 ร้อยละ 68.77 และร้อยละ 70.75 ของรายได้จากการขายและบริการตามลำดับ ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวดบัญชี ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 คิดเป็น ร้อยละ 29.71 ร้อยละ 31.23 และร้อยละ 29.25 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2553 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เนื่องภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวทำให้การแข่งขันในด้านราคาลดลง และปี 2554 มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ต้นทุนงานบริการยังมีอัตรากำไรขั้นต้นเป็นลบ

  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
    ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน เป็นค่าใช้จ่ายหลัก ส่วนที่เหลือ ได้แก่ ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยจ่าย ค่าโฆษณา ค่าจัดแสดงสินค้า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งและเดินทาง เป็นต้น ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 114.11 ล้านบาท 147.75 ล้านบาท และ 167.61 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.36 ร้อยละ 23.16 และร้อยละ 23.31 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ

    โดยเป็นส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 39.83 ล้านบาท 68.71 ล้านบาท และ 76.04 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายและการให้บริการ เท่ากับร้อยละ 8.50 ร้อยละ 10.77 และร้อยละ 10.57 ตามลำดับของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ จะเห็นได้ว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นในปี 2552 เป็นผลจากยอดขายที่ลดลงและมีค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่ได้ลดลงตามยอดขาย ในปี 2553 และในปี 2554 สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2552 เป็นผลจากการเพิ่มจำนวนพนักงานขายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ เพิ่มค่านายหน้าให้แก่พนักงานขายเพื่อเป็นแรงจูงใจในการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น การเปลี่ยนวิธีการคำนวณการจ่ายโบนัสให้ฝ่ายขายเริ่มปี 2553

    ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 74.29 ล้านบาท 79.04 ล้านบาทและ 86.97 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับร้อยละ 15.86 ร้อยละ 12.39 และร้อยละ 12.09 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ

    เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่แปรผันตามรายได้ เช่น เงินเดือนพนักงาน เป็นต้น ในปี 2552 สัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นเป็นผลจากการที่ยอดขายลดลงร้อยละ 18.57 และในปี 2553 การที่รายได้จากการขายและการให้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 36.14 ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายการบริหารลดลงจากปีก่อน

  • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน
    อัตรากำไรจากการดำเนินงานซึ่งไม่รวมผลกำไรจากรายการพิเศษในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 คิดเป็นร้อยละ 6.65 ร้อยละ 8.98 และร้อยละ 6.30 ตามลำดับ

    ในปี 2552 อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงเนื่องจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะการแข่งขันทางด้านราคาในช่วงที่ประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ประกอบกับยอดขายที่ลดลงทำให้สัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่แปรผันลดลงตามยอดขายที่ลดลง

    ในปี 2553 อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันในด้านราคาที่ลดลง

    ส่วนในปี 2554 อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงเนื่องจากสาเหตุหลักมาจากการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงและมีค่าใช้จ่ายในการบันทึกการด้อยค่าสินค้าล้าสมัย ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร และมีการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญจากลูกหนี้การค้า

  • อัตรากำไรสุทธิ
    อัตรากำไรสุทธิในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 คิดเป็นร้อยละ 3.70 ร้อยละ 5.84 และ 3.49 ของรายได้รวม ตามลำดับ

    รายการที่มีผลต่ออัตรากำไรสุทธิในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 สรุปได้ดังนี้

    ปี 2552 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรายได้จากการขายลดลงรวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้าของบริษัท และการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มีการแข่งขันด้านราคา อย่างไรก็ตามในปี 2553 อัตรากำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นฐานลูกค้าของบริษัท รวมทั้งการแข่งขันทางด้านราคาที่ลดลง

    ใน ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 10.93 ร้อยละ 17.71 และร้อยละ 10.40 ตามลำดับ ทั้งนี้การลดลงของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในปี 2552 มีสาเหตุจากความสามารถในการทำกำไรลดลงจากการที่ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ในทางกลับกัน ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในปี 2553 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กำไรสุทธิ อัตรากำไรสุทธิ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะกิจการสูงกว่าตามงบการเงินรวมในปี 2553 มีสาเหตุจากการขาดทุนของบริษัทย่อย เนื่องจาก บริษัทย่อยเริ่มดำเนินการในเดือน พฤศจิกายน ปี 2552 และได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แต่อย่างไรก็ดี บริษัทย่อยจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำการตลาดระยะหนึ่ง จึงทำให้เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 จึงทำให้ผลประกอบในปี 2553 ยังมีผลขาดทุน ส่วนในปี 2554 อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2553 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำยังติดลบ นอกจากนี้มีการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าในบริษัทย่อย และบันทึกด้อยค่าสินค้าขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ถาวร

    อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ
    2552 2553 2554 2552 2553 2554
    อัตรากำไรขั้นต้น 29.71% 30.87% 29.25% 29.71% 31.01% 30.63%
    อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 6.65% 8.98% 6.30% 5.39% 8.49% 6.63%
    อัตรากำไรสุทธิ 3.70% 5.84% 3.49% 2.97% 6.69% 4.21%
    อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 10.93% 13.93% 10.40% 8.55% 18.99% 10.48%

ฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวมในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 357.91 ล้านบาท 483.86 ล้านบาท และ 483.28 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญได้แก่ ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า สินค้าคงเหลือ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

ในปี 2552 สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลง เป็นผลจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้ทางการค้า โดยที่บริษัทได้มีระบายสินค้าคงเหลือและชะลอการสั่งซื้อใหม่ สำหรับยอดลูกหนี้การค้าลดลงตามยอดขายที่ลดลง นอกจากนี้บริษัทได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด รวมถึงจำหน่ายเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างรับแก่บริษัทดังกล่าว

ในปี 2553 สินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2552 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

ในปี 2554 สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลงจาก ณ สิ้นปี 2553 เป็นผลมาจากการเพิ่มสินค้าคงเหลือลูกหนี้การค้าเนื่องจากแนวโน้มจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น

  • ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า
    ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับการค้าเท่ากับ 81.39 ล้านบาท 100.76 ล้านบาท และ 110.98 ล้านบาท ในปี 2552 ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในขณะที่ยอดขายลดลง เนื่องจากบริษัทมีการขยายระยะเวลาการชำระให้แก่ลูกหนี้การค้าที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ซึ่งเริ่มฟื้นตัวในช่วงปี 2552 ส่งผลให้ยอดขายในปี 2553 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น ส่วนในปี 2554 ยอดลูกหนี้และตั๋วเงินรับสูงขึ้นเนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นจากยอดขาย

    บริษัทมีนโยบายในการให้เทอมการจ่ายชำระแก่ลูกค้าขั้นต่ำ 30 วัน โดยมีเทอมการจ่ายชำระที่ให้แก่ลูกค้าเฉลี่ย 50 ถึง 60 วัน ซึ่งบริษัทจะทำการพิจารณาเทอมการจ่ายชำระจากผลประกอบการที่ผ่านมา ยอดการสั่งซื้อ และประวัติการชำระเงินในอดีต

    ทั้งนี้ บริษัทมียอดลูกหนี้การค้า ณ วันสิ้นงวด 31 ธันวาคม 2552 2553 และ 31 ธันวาคม 2554 ที่แยกระยะเวลาที่ค้างชำระได้ดังนี้

    หน่วย : บาท
    ระยะเวลาที่ค้างชำระหนี้ งบการเงินรวม
    31 ธ.ค. 2552 31 ธ.ค. 2553 31 ธ.ค. 2554
    ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 58,210,542.81 60,980,779.64 66,253,064.10
    เกินกำหนด
    เกิน 1 - 60 วัน 22,442,277.59 34,987,328.57 41,573,097.19
    เกิน 60 - 120 วัน 662,214.30 3,509,839.60 3,182,491.04
    เกิน 120 - 180 วัน 57,587.40 1,496,744.36 290,181.79
    มากกว่า 180 วัน ขึ้นไป 2,512,401.43 2,193,538.30 5,940,717.48
    รวม 83,885,023.53 103,168,230.47 117,239,551.60
    หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 2,499,138.29 2,409,326.44 6,254,409.10
    ลูกหนี้การค้า - สุทธิ 81,385,885.24 100,758,904.03 110,985,142.50

    บริษัทมีนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญโดยประมาณจากจำนวนหนี้อาจเกิดขึ้นจากการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ตามเงื่อนไขการชำระเงิน โดยอาศัยประวัติการเรียกเก็บเงินในอดีตและตามสถานะปัจจุบันของลูกหนี้คงค้าง ณ วันที่งบดุล โดยพิจารณาจากลูกหนี้ที่มีอายุการชำหนี้เกิน 180 วัน และไม่มีการเคลื่อนไหวซึ่งพิจารณาเป็นราย ๆ ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 100% จากยอดหนี้คงค้างทั้งสิ้น

    บริษัทมีลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้เกิน 180 วัน ใน ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 2.51 ล้านบาท 2.19 ล้านบาท และ 5.94 ล้านบาทตามลำดับ โดยบริษัทมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 2.50 ล้านบาท 2.41 ล้านบาท และ 6.25 ล้านบาทตามลำดับ ทั้งนี้ในปี ในปี 2552 เพิ่มขึ้น มีสาเหตุหลักจากการที่ลูกค้าไม่มีความสามารถในการชำระเงินเนื่องจากมีปัญหาทางสถานะทางการเงิน โดยเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2551 ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับสำหรับลูกค้ารายดังกล่าวเต็มจำนวนแล้วตั้งแต่ปี 2552 และยอดหนี้ค้างชำระเกิน 180 วัน ในปี 2554 เพิ่มขึ้น มีสาเหตุหลักจากการที่ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ

  • สินค้าคงเหลือ
    ในปี 2552 บริษัทมีสินค้าคงเหลือมูลค่าเท่ากับ 96.45 ล้านบาท และในปี 2553 สินค้าคงเหลือมีมูลค่าเท่ากับ 128.78 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 คิดเป็นร้อยละ 33.52 เพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2553 และเป็นงานระหว่างทำของบริษัทย่อยมูลค่า 2.70 ล้านบาท และ ณ 31 ธันวาคม 2554 สินค้าคงเหลือมีมูลค่าเท่ากับ 179.86 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 39.66 เพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2555 และเป็นสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่
    หน่วย : บาท
      งบการเงินรวม
    31 ธ.ค. 2552 31 ธ.ค. 2553 31 ธ.ค. 2554
    สินค้าคงเหลือ 95,909,929.22 120,856,193.81 167,024,109.45
    สินค้าระหว่างทาง 5,948,152.34 9,077,965.42 17,554,373.96
    สินค้าฝากขาย - - 480,940.35
    งานระหว่างทำ - 2,109,282.40 490,343.58
    วัตถุดิบ - 2,249,990.75 713,061.77
    รวม 101,858,081.56 134,293,432.38 186,262,829.11
    หัก ค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 5,407,479.66 5,515,119.54 6,400,357.46
    สินค้าคงเหลือ - สุทธิ 5,407,479.66 5,515,119.54 6,400,357.46

    ในส่วนของนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าล้าสมัย หรือเสื่อมคุณภาพ บริษัทพิจารณาจากอายุและสภาพของสินค้าเป็นหลักตามหลักการดังต่อไปนี้

    • สินค้าเสื่อมสภาพเร็วที่มีอายุเกิน 1 ปี (เช่น รองเท้า แว่นตา และถุงมือยาง เป็นต้น) ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 50% ของมูลค่าสินค้าคงค้าง
    • สินค้าเสื่อมสภาพเร็วที่มีอายุเกิน 2 ปีขึ้นไป ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 100% ของมูลค่าสินค้าคงค้าง
    • สินค้าที่พิจารณาเป็นสินค้าชำรุดแล้ว ใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 100%
    ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2553 บริษัทมีนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าที่เสื่อมสภาพช้าโดยพิจารณาสินค้าที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป และบริษัทได้พิจารณาในการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าในแต่ละรายการที่มีอัตราการหมุนเวียนของสินค้าที่มีอายุมากกว่า 5 ปี ดังกล่าวตามความเหมาะสม

    ในปี 2552 บริษัทมีค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าจำนวน 5.41 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าของรองเท้านิรภัยที่มีอายุเกิน 1 ปีที่บริษัทมีการสั่งซื้อมาในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2551 และมีการระบายสินค้าที่ช้าเนื่องจากการลดลงของยอดขายเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้มีการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าดังกล่าวร้อยละ 50 ทำให้เกิดการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินค้าในปี 2552 ทั้งสิ้น 4.77 ล้านบาท

    ในปี 2553 บริษัทมีค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 5.52 ล้านบาท โดยมีการขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าในช่วงดังกล่าว 2.31 ล้านบาท เนื่องจากนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าที่เสื่อมสภาพช้าที่มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2553 ดังที่กล่าวข้างต้น และผู้สอบบัญชีได้มีการพิจารณาค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าเพิ่มเติม โดยพิจารณาจากอัตราหมุนเวียนของแต่ละสินค้า ซึ่งในปี 2553 ได้มีการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าลดลงดังกล่าวเป็นจำนวน 1.21 ล้านบาท

    ในปี 2554 บริษัทมีค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้า 6.40 ล้านบาท โดยมีการขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว 0.89 ล้านบาท เนื่องจากนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าโดยพิจารณาจากอัตราการหมุนเวียนของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งในปี 2554 ได้มีการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่สินค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2553 เป็นจำนวน 3.12 ล้านบาท

  • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ
    ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ ในงวดบัญชีปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 มีมูลค่าเท่ากับ 140.55 ล้านบาท 153.22 ล้านบาท และ 153.56 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งการลดลงในปี 2552 มีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและคลังสินค้าแห่งใหม่บนเนื้อที่ 5-0-1 ไร่ ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนเท่ากับ 138.36 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ ณ 31 ธันวาคม 2553 ได้เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2552 โดยมีสาเหตุหลักจากการซื้อที่ดินและอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงานสาขาระยอง ทั้งสิ้น 12.55 ล้านบาท

  • สินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการ
    สินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการในงวดบัญชี ปี 2552 และปี 2553 มีมูลค่าเท่ากับ 7.28 ล้านบาท และ 2.57 ล้านบาท

    ในปี 2552 ผู้สอบบัญชีได้มีการเปลี่ยนการจัดประเภทบัญชีของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการทำให้มูลค่าของทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว โดยทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการที่บันทึกเพิ่ม คือ ห้องชุดโครงการอุตสาหกรรมนาริตะ จังหวัดนนทบุรี

    ในปี 2554 ผู้สอบบัญชีได้มีการจัดประเภททรัพย์สินใหม่โดยได้ปรับปรุงประเภทบัญชีจากสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประกอบกิจการทั้งหมดเป็นบัญชีสินทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยมีการจัดประเภทบัญชีใหม่ของปี 2553

    สำหรับนโยบายดำเนินการเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการนั้น บริษัทมีนโยบายที่จะจำหน่ายออกไปเมื่อสามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสม โดยในระหว่างที่ยังไม่สามารถจำหน่ายออกไปได้ บริษัทมีนโยบายให้เช่าทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อก่อให้เกิดรายได้แก่บริษัท

    สำหรับนโยบายการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการนั้น บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีเช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

  • เงินลงทุนในบริษัทย่อย
    ในเดือนพฤศจิกายน 2552 บริษัทได้ทำการลงทุนในบริษัท พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่งจำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต ก่อสร้างและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบผลิตน้ำประปาและน้ำดื่ม และระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมีมูลค่าเงินลงทุน 3 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทย่อย

    ในไตรมาส 2 ปี 2554 บริษัทได้มีการลงทุนเพิ่มในบริษัท พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการออกแบบ ผลิต ก่อสร้างและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบผลิตน้ำประปาและน้ำดื่ม รวมทั้งระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มจำนวน 8.5 ล้านบาท ซึ่งทำให้เงินลงทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 11.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 76.67 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทย่อย อย่างไรก็ตามเนื่องจากบริษัทย่อยมีผลขาดทุนเกินทุนจึงได้มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนทั้งจำนวน

  • เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย
    บริษัทได้ให้เงินกู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทย่อยในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินมูลค่า 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR + 3 ต่อปี กำหนดชำระเมื่อทวงถาม โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการของบริษัทย่อย

  • เงินลงทุนในบริษัทร่วม
    ในปี 2550 และปี 2551 บริษัทรับรู้ส่วนได้เสียในขาดทุนสุทธิของบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด เป็นจำนวนเงิน 0.95 ล้านบาท และ 0.34 ล้านบาท ตามลำดับ ทำให้มูลค่าเงินลงทุนลดลงตามลำดับ เท่ากับ 1.06 ล้านบาท 0.72 ล้านบาท ตามลำดับ

    อย่างไรก็ตามในเดือนมิถุนายน ปี 2552 บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด ทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่ในราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) พร้อมทั้งภาระเงินให้กู้ยืมจำนวน 544,645 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยขายหุ้นให้นายชวลิต หวังธำรง นายธีรเดช จารุตั้งตรง และ Mr. Xiao Li Yue ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท แอเจิล เซฟตี้ อีควิปเม้นท์ (เซี่ยงไฮ้) คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 11.20 ร้อยละ 4.80 และร้อยละ 9.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ ทั้งนี้การขายเงินลงทุนดังกล่าวทำให้บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนเท่ากับ 4.52 ล้านบาท

  • เงินลงทุนระยะยาวในกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
    ในปี 2547 บริษัทได้ทำการลงทุนในบริษัท เอ็นแอนด์พี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งทำธุรกิจร้านอาหาร เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 2 ของทุนที่ออกและชำระแล้ว ต่อมาบริษัทดังกล่าวได้มีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและหยุดประกอบกิจการ บริษัทจึงได้มีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนดังกล่าวแล้วทั้งจำนวน ในปี 2550

  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วม
    บริษัทให้กู้ยืมเงินแก่บริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด เป็นจำนวนเงิน 544,645 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาผู้ถือหุ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.25 ยอดเงินกู้ในปี 2550 และปี 2551 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จำนวนเงินที่แตกต่างในงบการเงินเนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน

    ทั้งนี้เนื่องจากบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด ประสบกับภาวะขาดทุนมาโดยตลอด จึงไม่สามารถจ่ายชำระดอกเบี้ยให้แก่บริษัทตามกำหนดได้ ดังนั้นในปี 2551 บริษัทจึงมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ค้างชำระทั้งหมดคิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,271,781.68 บาท และตั้งเพิ่มในระหว่างปี 2552 จนกระทั่งบริษัทได้ขายเงินลงทุนใน บริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด โดยนายชวลิตและนายธีรเดชรับภาระในการจ่ายเงินให้กู้ยืมจำนวน 544,645 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยรับค้างชำระจำนวน 62,704.87 ดอลลาร์สิงคโปร์

  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
    ในปี 2552 บริษัทย่อยได้ให้เงินกู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน คือ บริษัท เจเนซิส เอ็นไวรอนเมนท์ เซอร์วิส จำกัด ในรูปของสัญญาเงินกู้ วงเงิน 4.80 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระเงินต้นเป็นรายเดือน โดยเริ่มชำระในเดือนมกราคม 2553 และให้เสร็จสิ้นภายใน 66 เดือนซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 มีการเบิกใช้แล้วจำนวน 3.80 ล้านบาท โดยเป็นไปตามข้อตกลงในการชักชวนผู้ถือหุ้นของบริษัท เจเนซิส เอ็นไวรอนเมนท์ เซอร์วิส จำกัด มาร่วมลงทุนและบริหารงานในบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม บริษัท เจเนซิส เอ็นไวรอนเมนท์ เซอร์วิส จำกัด ได้ทำการชำระคืนเงินกู้ทั้งจำนวนแก่บริษัทย่อยในเดือนกรกฎาคม 2553

สภาพคล่อง

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานทั้งสิ้น 86.98 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดที่เปลี่ยนแปลงในรายการหลัก คือ กำไรก่อนภาษีเงินได้ 25.78 ล้านบาท การลดลงสินค้าคงเหลือ 45.72 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า 22.61 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการดำเนินงานเท่ากับ 22.51 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือ กำไรก่อนภาษีเงินได้ 52.90 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 32.97 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนอื่น 12.39 ล้านบาท

ในปี 2554 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานทั้งสิ้น 1.10 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดที่เปลี่ยนแปลงในรายการหลัก คือ กำไรก่อนภาษีเงินได้ 41.17 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 53.96 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นลูกหนี้การค้า 17.75 ล้านบาทและ การเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า 21.28 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2553 บริษัทได้มีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี ซึ่งมีการจัดประเภทบัญชีใหม่ในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ทำให้บางรายการในงบกระแสเงินสดปี 2552 เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า-สุทธิ ที่เป็นไปตามการจัดประเภทบัญชีตามผู้สอบบัญชีเดิม อาจไม่ตรงกับงบดุลซึ่งอ้างอิงตามการจัดประเภทบัญชีใหม่

กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมการลงทุนตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 15.62 ล้านบาท โดยมีรายการที่สำคัญคือ เงินสดรับจากการจำหน่ายเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วมจำนวน 12.62 ล้านบาท เงินสดรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 4.35 ล้านบาท และเงินสดจ่ายเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน คือ บริษัท เจเนซิส เอ็นไวรอนเมนท์ เซอร์วิส จำกัด จำนวน 3.80 ล้านบาท ทั้งนี้ เงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมการลงทุนตามงบการเงินเฉพาะกิจการมีส่วนของเงินลงทุนในบริษัทย่อย คือ บริษัท พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำนวน 3.00 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทย่อยจำนวน 5.00 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทได้เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรรมลงทุนตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 17.82 ล้านบาท โดยมีรายการที่สำคัญ คือ เงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรมูลค่า 19.43 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการซื้อที่ดินและอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงานสาขาระยอง (รวมส่วนต่อเติม) ทั้งสิ้น 12.55 ล้านบาท

ในปี 2554 บริษัทได้เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรมลงทุนตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 8.3 ล้านบาท โดยมีรายการที่สำคัญคือ เงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรมูลค่า 11.06 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการซื้อเครื่องบำบัดน้ำ-เครื่องทำน้ำรีไซเคิลเพื่อเป็นสินทรัพย์ภายใต้สัญญาซื้อขายน้ำกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล ได้แก่ที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดขอนแก่น มูลค่า 9.4 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินตามงบการเงินรวมทั้งหมด 92.07 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 55.51 ล้าน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร 13.46 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2551 จำนวน 12.35 ล้านบาท และจากผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2551 จำนวน 4.75 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้จากกิจกรรมจัดหาเงิน 58.89 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดรับจากการเพิ่มทุน 137.69 ล้านบาท การลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นมูลค่า 42.96 ล้านบาท จ่ายชำระเงินกู้ยืมระยาวจากธนาคาร 16.08 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2552 ส่วนเพิ่มเติมจากเงินปันผลระหว่างการที่ได้จ่ายไปแล้วในปี 2552 เป็นจำนวน 7.60 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2553 และจากกำไรสะสม จำนวน 28.5 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 36.1 ล้านบาท

ในปี 2554 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 50.58 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นมูลค่า 24.55 ล้านบาท จ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร 22.63 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลจการผลประกอบการปี 2553 ส่วนเพิ่มเติมจากเงินปันผลระหว่างการที่ได้จ่ายไปแล้วในปี 2553 เป็นจำนวน 33.75 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2554 และจากกำไรสะสมจำนวน 13.5 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 47.25 ล้านบาท

อัตราส่วนสภาพคล่อง

บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องใน ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 1.31 เท่า 2.01 เท่า และ 1.77 เท่าตามลำดับ

บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 63 วัน 57.66 วัน และ 53.74 วัน โดยสาเหตุที่ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยใน ปี 2552 เพิ่มขึ้นเนื่องจากได้ทำการขยายระยะเวลาเก็บหนี้ให้แก่ลูกค้าบางรายที่มีประวัติการชำระที่ดีแต่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ในปี 2553 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจากในปี 2552 เนื่องจากลูกค้าได้มีการจ่ายชำระตรงเวลามากขึ้นจากฐานะทางการเงินดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ และการที่โครงสร้างการขายที่มีสัดส่วนลูกค้าที่ได้รับเทอมการจ่ายชำระสั้นเพิ่มขึ้น

ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเท่ากับ 134.67 วัน 107.64 วัน และ 110.92 วันตามลำดับ ทั้งนี้ปี 2551 บริษัทมีระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยสูงขึ้น ในปี 2552 ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเนื่องจากยอดขายที่ลดลงในขณะที่ปริมาณสินค้าคงเหลือยังคงอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2553 ประกอบกับมีการระบายสินค้าคงคลัง ส่งผลให้ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยในช่วงดังกล่าวลดลงจากในปี 2552 ส่วนในปี 2554 เนื่องจากเกิดอุทกภัยช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นมาทำให้บริษัทประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ยอดขายลดลง เนื่องจากลูกค้าบางกลุ่มของบริษัทเกิดน้ำท่วมและอยู่ระหว่างฟื้นฟูบริษัท จึงทำให้การสั่งซื้อสินค้าลดลงในลูกค้าที่ได้รับผลจากอุทกภัย

บริษัทมีระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย ในปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 เท่ากับ 57.38 วัน 52.36 วัน และ 51.88วัน ระยะเวลาชำระหนี้ที่ลดลงในปี 2552 มีสาเหตุจากที่มีการชะลอการสั่งรองเท้าซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับเทอมการจ่ายชำระที่นาน เนื่องจากมีสินค้าคงเหลือที่เป็นจำนวน และการได้รับเทอมการจ่ายชำระที่ลดลงจากผู้จำหน่ายรายหลักรายหนึ่ง ส่วนในปี 2553 ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยลดลงเล็กน้อยเนื่องจากสัดส่วนการซื้อสินค้าต่างประเทศซึ่งมีเทอมการจ่ายชำระนานกว่าสินค้าในประเทศ ลดลงเล็กน้อยจากในช่วงปี 2552 ส่วนปี 2554 ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเนื่องจากสัดส่วนการซื้อสินค้าต่างประเทศซึ่งมีเครดิตเทอมการจ่ายชำระนานกว่าการซื้อสินค้าในประเทศ โดยเจ้าหนี้การค้าในประเทศและต่างประเทศของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2553 และปี 2554 เป็นดังนี้

  งบการเงินรวม
31 ธ.ค. 2553 31 ธ.ค. 2554
เจ้าหนี้การค้าในประเทศ 23,300,596.87 17,662,353.95
เจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ 39,631,608.96 64,025,061.41
รวม 62,932,205.83 81,687,415.36

อัตราส่วนสภาพคล่อง งบการเงินรวม
ปี 2552 ปี 2553 ปี 2554
อัตราส่วนสภาพคล่อง(เท่า) 1.31 2.01 1.77
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว(เท่า) 0.68 0.71 0.78
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 63 57.66 53.74
ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย (วัน) 57.38 52.36 51.88
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 134.67 107.64 110.92
Cash Cycle 140.29 112.93 112.78

แหล่งที่มาของเงินทุน

หนี้สิน

ตามงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนในปี 2552 เท่ากับ 154.29 ล้านบาท และมีหนี้สินไม่หมุนเวียนเท่ากับ 39.52 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนตามงบการเงินรวมเท่ากับ 158.96 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเท่ากับ 41.70 ล้านบาท โดยยอดรวมของเงินกู้ยืมลดลงจากปี 2552 เป็นจำนวน 34.07 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 42.99 ล้านบาทเนื่องจากบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน จึงทำให้ความต้องการใช้ เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง

ในปี 2554 บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนตามงบการเงินรวมเท่ากับ 182.25 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเท่ากับ 30.96 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 24.54 ล้านบาท

หน่วย : บาท
เงินกู้ยืม งบการเงินรวม
31 ธ.ค. 2552 31 ธ.ค. 2553 31 ธ.ค. 2554
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 56,903,937.53 13,917,829.32 38,456,221.10
เงินกู้ยืมระยะยาว 38,690,907.76 38,856,874.82 15,431,971.19
เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 14,042,601.49 22,792,958.96 23,588,504.73
รวมเงินกู้ยืม 109,637,446.78 75,567,663.10 77,476,697.02

ใน ปี 2552 ปี 2553 และปี 2554 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับ 1.18 เท่า 0.71 เท่าและ 0.78 เท่าตามลำดับ ในปี 2553 บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเนื่องจากบริษัทมีภาระหนี้สินที่ลดลงจากการจ่ายชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน 40 ล้านบาท และส่วนเกินมุลค่าหุ้น 97.69 ล้านบาท ซึ่งหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการรับเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 25 ล้านบาท เงินปันผลค้างจ่าย 20.25 ล้านบาท และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 42.99 ล้านบาท

ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น

บริษัทมีภาระผูกพันกับธนาคารเป็นหนังสือค้ำประกันซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือค้ำประกันที่ออกให้กับลูกค้ากลุ่มราชการ สำหรับยอดคงค้างของหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ปี 2553 และ ณ 31 ธันวาคม 2554 สรุปได้ดังนี้

หน่วย : บาท
บริษัท ยอดคงค้างของหนังสือค้ำประกัน
31 ธ.ค. 2552 31 ธ.ค. 2553 31 ธ.ค. 2554
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) 2,404,070.50 2,667,938.74 3.260,212.03

ทั้งนี้ บริษัทได้ให้บริษัทย่อยใช้วงเงินประเภทหนังสือค้ำประกัน วงเงิน 20 ล้านบาทร่วมกับบริษัท ซึ่งเป็นไปตามมติกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2552 ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 โดยทั้งสองฝ่ายต่างทำสัญญาค้ำประกันให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง รวมทั้ง นายชวลิต หวังธำรง และนายสุรพล หังสพฤกษ์ในฐานะกรรมการของบริษัทย่อยได้ทำสัญญาค้ำประกันวงเงินดังกล่าวด้วย ตามสัญญาค้ำประกัน ลงวันที่ 15 กันยายน 2553 ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 บริษัทย่อยยังไม่มีหนังสือค้ำประกันคงค้าง

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ตามงบการเงินรวมในปี 2552 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 164.10 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากผลกำไรจากดำเนินงานปี 2552 จำนวน 17.61 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการของปี 2551 จำนวน 12.35 ล้านบาท และจากผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกของปี 2552 จำนวน 4.75 ล้านบาท

สำหรับปี 2553 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 283.20 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นเนื่องจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านบาทและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 97.69 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการงวด 6 เดือนหลังของปี 2552 เป็นจำนวนเงิน 7.60 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบงวด 6 เดือนแรกของปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 7.60 ล้านบาท และจ่ายจากกำไรสะสมเป็นจำนวนเงิน 20.90 ทั้งนี้บริษัทมีผลกำไรจากดำเนินงานปี 2553 จำนวน 37.76 ล้านบาท

ในปี 2554 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 270.07 ล้านบาท โดยลดลงเนื่องจากได้ปรับปรุงภาระผูกพันที่เกิดจากผลประโยชน์ของพนักงานจำนวน 12.71 ล้านบาทกับกำไรสะสม นอกจากนี้บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการงวด 6 เดือนหลังของปี 2553 เป็นจำนวน 13.5 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกของปี 2554 เป็นจำนวนเงิน 13.5 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีผลกำไรจากการดำเนินงานปี 2554 จำนวน 25.18 ล้านบาท

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

  1. ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี (Audit Fee)
    บริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้แก่นางสุวนีย์ กิตติปัญญางาม ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียนเลขที่ 2899 จากบริษัท บริษัท บัญชีกิจ จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในงวดบัญชีปี 2551 เป็นจำนวนเงินรวม 790,000 บาท และในงวดบัญชีปี 2552 เป็นจำนวน 820,000 บาท

    บริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้แก่นายอธิพงศ์ อธิพงศ์สกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียนเลขที่ 3500 จากบริษัท บริษัท เอเอ็นเอส ออดิท จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในงวดบัญชีปี 2553 เป็นจำนวนเงินรวม 635,000 บาท และปี 2554 บริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้แก่นายเสถียร วงศ์สนันท์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3495 เป็นจำนวนเงิน 805,000 บาท ซึ่งได้รวมค่าสอบบัญชีของบริษัทย่อย จำนวน 225,000 บาท
  2. ค่าบริการอื่นๆ (Non Audit Fee)
    -ไม่มี-

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

-ไม่มี-

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปี 2553

ดาวน์โหลด


รายงานผลการดำเนินงานของ บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย


รายได้

สำหรับในปี 2553 บริษัทมีรายได้รวมการขายและการให้บริการเท่ากับ 637.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 คิดเป็นร้อยละ 36.14 เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาวะถดถอยซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายในงวดเดียวกันของปี 2552

ต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น

บริษัทมีต้นทุนขายและบริการในงวดบัญชีปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 329.34 ล้านบาท และ 438.68 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนต้นทุนขายและบริการเท่ากับร้อยละ 70.29 และร้อยละ 68.77 ของรายได้จากการขายตามลำดับ ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวดบัญชี ปี 2552 และปี 2553 คิดเป็น ร้อยละ 29.71 และร้อยละ 31.23 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2552 ลดลงจากปี 2551 เนื่องจากมีการแข่งขันเรื่องราคาในตลาดมากขึ้น และปี 2553 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น เนื่องภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวทำให้การแข่งขันในด้านราคาลดลง

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน เป็นค่าใช้จ่ายหลัก ส่วนที่เหลือ ได้แก่ ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยจ่าย ค่าโฆษณา ค่าจัดแสดงสินค้า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งและเดินทาง เป็นต้น ปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 114.11 ล้านบาท และ 150.06 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 24.36 และร้อยละ 23.53 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ

โดยเป็นส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 39.83 ล้านบาท และ 62.46 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายและการให้บริการ เท่ากับร้อยละ 8.50 และร้อยละ 9.79 ของรายได้จากการขายและการให้บริการตามลำดับ จะเห็นได้ว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นในปี 2552 เป็นผลจากยอดขายที่ลดลงและมีค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่ได้ลดลงตามยอดขาย และในปี 2553 สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2552 เป็นผลจากการเพิ่มจำนวนพนักงานขายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ เพิ่มค่านายหน้าให้แก่พนักงานขายเพื่อเป็นแรงจูงใจในการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น และตั้งประมาณการโบนัสเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร

อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ
ปี 2552 ปี 2553 ปี 2552 ปี 2553
อัตรากำไรขั้นต้น
29.71%
31.23%
29.71%
31.38%
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน
5.35%
7.93%
5.39%
8.49%
อัตรากำไรสุทธิ
3.70%
5.84%
2.97%
6.69%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.82%
16.88%
8.55%
18.99%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

อัตรากำไรจากการดำเนินงานซึ่งไม่รวมผลกำไรจากรายการพิเศษในปี 2552 และปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 5.35 และร้อยละ 7.93 ตามลำดับ

ในปี 2552 อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงเนื่องจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะการแข่งขันทางด้านราคาในช่วงที่ประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ประกอบกับยอดขายที่ลดลงทำให้สัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายบางรายการเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่แปรผันลดลงตามยอดขายที่ลดลง

ส่วนในปี 2553 อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันในด้านราคาที่ลดลง

อัตรากำไรสุทธิ

อัตรากำไรสุทธิใน ปี 2552 และปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 3.70 และร้อยละ 5.84 ของรายได้รวม ตามลำดับ

ส่วนในปี 2552 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรายได้จากการขายลดลงรวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้าของบริษัท และการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นทำให้มีการแข่งขันด้านราคา อย่างไรก็ตามในปี 2553 อัตรากำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เป็นฐานลูกค้าของบริษัท รวมทั้งการแข่งขันทางด้านราคาที่ลดลง

อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

ในปี 2552 และปี 2553 บริษัทมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 10.82 และร้อยละ 16.88 ตามลำดับ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในปี 2552 มีสาเหตุจากความสามารถในการทำกำไรลดลงจากการที่ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ในทางกลับกัน ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในปี 2553 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กำไรสุทธิ อัตรากำไรสุทธิ และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะกิจการสูงกว่าตามงบการเงินรวมในปี 2553 มีสาเหตุจากการขาดทุนของบริษัทย่อย เนื่องจาก บริษัทย่อยเริ่มดำเนินการในเดือน พฤศจิกายน ปี 2552 และได้ทำการตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แต่อย่างไรก็ดี บริษัทย่อยจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำการตลาดระยะหนึ่ง จึงทำให้เริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 จึงทำให้ผลประกอบในปี 2553 ยังมีผลขาดทุน

การวิเคราะห์ฐานะการเงินของบริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวมในปี ปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 357.91 ล้านบาท และ 483.86 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญได้แก่ ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้า สินค้าคงเหลือ และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

ในปี 2552 สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลง เป็นผลจากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้ทางการค้า โดยที่บริษัทได้มีระบายสินค้าคงเหลือและชะลอการสั่งซื้อใหม่ สำหรับยอดลูกหนี้การค้าลดลงตามยอดขายที่ลดลง นอกจากนี้บริษัทได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด รวมถึงจำหน่ายเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างรับแก่บริษัทดังกล่าว

ในปี 2553 สินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2552 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

หนี้สิน

ตามงบการเงินรวม ในปี 2552 บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนเท่ากับ 154.29 ล้านบาท หนี้สินไม่หมุนเวียนเท่ากับ 39.52 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของเงินกู้ยืม ยอดรวมของเงินกู้ยืมลดลงจากปี 2551 เป็นจำนวน 68.98 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน จำนวน 55.52 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่น้อยลงจากการลดลงของยอดขายและการลดปริมาณการสั่งซื้อสินค้า รวมทั้งบริษัทมีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนในบริษัท แอเจิล แอ็ลไลแอนซ์ จำกัด และการจำหน่ายเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทดังกล่าว

ในปี 2553 บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนตามงบการเงินรวมเท่ากับ 158.96 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนเท่ากับ 41.70 ล้านบาท โดยยอดรวมของเงินกู้ยืมลดลงจากปี 2552 เป็นจำนวน 34.07 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 42.99 ล้านบาทเนื่องจากบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน จึงทำให้ความต้องการใช้ เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง

เงินกู้ยืม งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย งบการเงินรวม
31 ธ.ค. 50 31 ธ.ค. 51 31 ธ.ค. 52 31 ธ.ค. 53
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
64,370,534.11
112,425,635.38
56,903,937.53
13,917,829.32
เงินกู้ยืมระยะยาว
58,831,872.21
49,989,367.52
38,690,907.76
38,856,874.82
เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
17,427,693.29
16,200,000.00
14,042,601.49
22,792,958.967
รวมเงินกู้ยืม
140,630,099.61
178,615,002.90
109,637,446.78
75,567,663.10

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ตามงบการเงินรวมในปี 2552 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 164.10 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากผลกำไรจากดำเนินงานปี 2552 จำนวน 17.61 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการของปี 2551 จำนวน 12.35 ล้านบาท และจากผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกของปี 2552 จำนวน 4.75 ล้านบาท

สำหรับปี 2553 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 283.20 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นเนื่องจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านบาทและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 97.69 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการงวด 6 เดือนหลังของปี 2552 เป็นจำนวนเงิน 7.60 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบงวด 6 เดือนแรกของปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 7.60 ล้านบาท และจ่ายจากกำไรสะสมเป็นจำนวนเงิน 20.90 ทั้งนี้บริษัทมีผลกำไรจากดำเนินงานปี 2553 จำนวน 37.76 ล้านบาท

สภาพคล่อง

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานทั้งสิ้น 86.98 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดที่เปลี่ยนแปลงในรายการหลัก คือ กำไรก่อนภาษีเงินได้ 25.78 ล้านบาท การลดลงสินค้าคงเหลือ 45.72 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า 22.61 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ได้มาจากการดำเนินงานเท่ากับ 21.32 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือ กำไรก่อนภาษีเงินได้ 52.90 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 32.97 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนอื่น 12.39 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2553 บริษัทได้มีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี ซึ่งมีการจัดประเภทบัญชีใหม่ในงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ทำให้บางรายการในงบกระแสเงินสดปี 2552 เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า-สุทธิ ที่เป็นไปตามการจัดประเภทบัญชีตามผู้สอบบัญชีเดิม อาจไม่ตรงกับงบดุลซึ่งอ้างอิงตามการจัดประเภทบัญชีใหม่

ในปี 2552 และปี2553 ผู้สอบบัญชีได้มีการจัดประเภทของการเปลี่ยนแปลงของเงินให้กู้ยืมแก่ลูกจ้าง จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เป็นกระแสเงินสดจากการลงทุน อย่างไรก็ตาม เพื่อการเปรียบเทียบระหว่างปี การวิเคราะห์งบการเงินจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของเงินให้กู้ยืมแก่ลูกจ้างให้อยู่ในกระแสเงินสดที่ได้มาจากการดำเนินงาน ตามการจัดประเภทบัญชีในปี 2550 ถึง 2551

กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมการลงทุนตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 15.62 ล้านบาท โดยมีรายการที่สำคัญคือ เงินสดรับจากการจำหน่ายเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วมจำนวน 12.62 ล้านบาท เงินสดรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 4.35 ล้านบาท และเงินสดจ่ายเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน คือ บริษัท เจเนซิส เอ็นไวรอนเมนท์ เซอร์วิส จำกัด จำนวน 3.80 ล้านบาท ทั้งนี้ เงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมการลงทุนตามงบการเงินเฉพาะกิจการมีส่วนของเงินลงทุนในบริษัทย่อย คือ บริษัท พีดี เจเนซิส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำนวน 3.00 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทย่อยจำนวน 5.00 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทได้เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรรมลงทุนตามงบการเงินรวมทั้งสิ้น 16.62 ล้านบาท โดยมีรายการที่สำคัญ คือ เงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรมูลค่า 19.43 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการซื้อที่ดินและอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงานสาขาระยอง (รวมส่วนต่อเติม) ทั้งสิ้น 12.55 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน

ในปี 2552 บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินตามงบการเงินรวมทั้งหมด 92.07 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 55.51 ล้าน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร 13.46 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิปี 2551 จำนวน 12.35 ล้านบาท และจากผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2551 จำนวน 4.75 ล้านบาท

ในปี 2553 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้จากกิจกรรมจัดหาเงิน 58.89 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดรับจากการเพิ่มทุน 137.69 ล้านบาท การลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นมูลค่า 42.96 ล้านบาท จ่ายชำระเงินกู้ยืมระยาวจากธนาคาร 16.08 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการปี 2552 ส่วนเพิ่มเติมจากเงินปันผลระหว่างการที่ได้จ่ายไปแล้วในปี 2552 เป็นจำนวน 7.60 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2553 และจากกำไรสะสม จำนวน 28.5 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 36.1 ล้านบาท

อัตราส่วนสภาพคล่อง

บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องในปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 1.31 เท่า และ 2.01 เท่า ตามลำดับ

บริษัทมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยในปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 62.14 วัน และ 51.40 วัน นอกจากนี้บริษัทยังมีการควบคุมในเรื่องการเก็บหนี้จากลูกค้าที่เข้มงวดมากขึ้น ในปี 2552 บริษทที่ได้ทำการขยายระยะเวลาเก็บหนี้ให้แก่ลูกค้าบางรายที่มีประวัติการชำระที่ดีแต่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ส่วนในปี 2553 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยลดลงจากในปี 2552 เนื่องจากลูกค้าได้มีการจ่ายชำระตรงเวลามากขึ้นจากฐานะทางการเงินดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ และการที่โครงสร้างการขายที่มีสัดส่วนลูกค้าที่ได้รับเทอมการจ่ายชำระสั้นเพิ่มขึ้น

ใน ปี 2552 และปี 2553 บริษัทมีระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเท่ากับ 132.83 วัน และ 92.66 วัน ตามลำดับ ในปี 2552 ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเนื่องจากยอดขายที่ลดลงในขณะที่ปริมาณสินค้าคงเหลือยังคงอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2553 ประกอบกับมีการระบายสินค้าคงคลัง ส่งผลให้ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยในช่วงดังกล่าวลดลงจากในปี 2552

  งบการเงินรวม
ปี 2552 31 ธ.ค. 2553
เจ้าหนี้การค้าในประเทศ
18,061,100.40
23,300,596.87
เจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ
44,963,867.55
39,631,608.96
รวม
63,024,967.95
62,932,205.83

อัตราส่วนสภาพคล่อง งบการเงินที่แสดงเงินลงทุน
ตามวิธี
งบการเงินรวม
ปี 2550 ปี 2551 ปี 2552 ปี 2553
อัตราส่วนสภาพคล่อง(เท่า)
0.94
1.17
1.31
2.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว(เท่า)
0.44
0.42
0.63
1.13
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)
54.04
56.39
62.14
51.40
ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย (วัน)
75.32
71.29
56.60
51.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)
82.57
119.33
132.83
92.66
Cash Cycle
61.29
104.44
138.36
92.67

บริษัทมีระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย ในปี 2552 และปี 2553 เท่ากับ 56.60 วัน และ 51.68 วัน ระยะเวลาชำระหนี้ที่ลดลงในปี 2552 มีสาเหตุจากที่มีการชะลอการสั่งรองเท้าซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับเทอมการจ่ายชำระที่นาน เนื่องจากมีสินค้าคงเหลือที่เป็นจำนวน และการได้รับเทอมการจ่ายชำระที่ลดลงจากผู้จำหน่ายรายหลักรายหนึ่ง ส่วนในปี 2553 ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ยลดลงเล็กน้อยเนื่องจากสัดส่วนการซื้อสินค้าต่างประเทศซึ่งมีเทอมการจ่ายชำระนานกว่าสินค้าในประเทศ ลดลงเล็กน้อยจากในช่วงปี 2552 โดยเจ้าหนี้การค้าในประเทศและต่างประเทศของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2552 และปี 2553

รับข่าวสาร

ติดตามและรับรู้ข้อมูลข่าวสารจาก ผลธัญญะ ผ่านช่องทางอีเมลได้ที่นี่

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

  • ที่อยู่ 1/11 หมู่ 3 ถ.ลำลูกกา ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150
  • โทรศัพท์ (02) 791-0111 แฟกซ์ (02) 791-0100-3
  • อีเมล info@pdgth.com